
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) สำนักงาน กศน. ให้บริการในส่วนของการแสดงท้
สำหรับการแสดงภาพยนตร์เต็มโดม ในเดือนพฤศจิกายน 2559 จัดแสดง

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) สำนักงาน กศน. ให้บริการในส่วนของการแสดงท้
สำหรับการแสดงภาพยนตร์เต็มโดม ในเดือนพฤศจิกายน 2559 จัดแสดง
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) ขอเชิญชวนเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมเปิดประสบการณ์แห่งการเรียนรู้ในงาน “International Museum Day” ระหว่างวันที่ 18–19 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. เปิดให้เข้าชมนิทรรศการฟรี! ตลอดงาน พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์อีกมากมาย ร่วมสัมผัสโลกแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และเปิดมุมมองใหม่ของพิพิธภัณฑ์ยุคอนาคตไปพร้อมกัน ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) FacebookFacebookXTwitterLINELine
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
หลายคนคงเคยสังเกตเห็นเวลาเราดื่มน้ำเย็น จะมีหยดน้ำเกาะข้างแก้วน้ำหรือขวดพลาสติก แล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า หยดน้ำนั้นมาจากไหน บางคนอาจคิดว่าเป็นน้ำที่อยู่ในแก้วหรือขวดพลาสติกซึมออกมา แต่จริง ๆ แล้วหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างภาชนะนั้น เป็นน้ำที่มาจากไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ! ไอน้ำ (vapor) คือน้ำที่อยู่ในสถานะแก๊ส หากอากาศมีปริมาณไอน้ำอยู่มาก แสดงว่ามีความชื้น (humidity) สูง แต่ถ้ามีไอน้ำน้อยแสดงว่ามีความชื้นต่ำ เมื่อวางแก้วน้ำเย็นไว้บนโต๊ะ ไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศเจอกับความเย็นที่ผิวแก้ว จะเกิดการควบแน่น (condensation)โดยถ่ายเทพลังงานภายในออกมาในรูปของการคายความร้อนแฝง ทำให้เปลี่ยนสถานะจากแก๊สกลายมาเป็นของเหลว จึงทำให้เราพบเห็นหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วได้นั่นเอง อ้างอิง การเปลี่ยนสถานะของน้ำ ความชื้นสัมพัทธ์ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ขึ้นชื่อว่าหิน ย่อมชวนให้นึกถึงของแข็งและมีน้ำหนัก แต่ทำไมหินบางชนิดจึงลอยน้ำได้ นอกจากลอยน้ำได้แล้วยังใช้ประโยชน์อื่นใดได้อีกบ้าง หินพัมมิส (Pumice) คือ หินอัคนีสีจางชนิดหนึ่งที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ แล้วเย็นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้แก๊สหรือไอน้ำที่แทรกภายในไม่สามารถออกมาได้ทันก่อนที่หินจะแข็งตัว ดังนั้นแก๊สหรือไอน้ำจึงถูกกักเก็บในเนื้อหินส่งผลทำให้หินพัมมิสมีความโดดเด่นคือ เนื้อหินมีลักษณะเป็นรูพรุนทั่วทั้งก้อนและมีน้ำหนักเบาจนสามารถลอยน้ำได้ หินพัมมิสประกอบด้วยแร่ควอตซ์ (Quartz) เป็นส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นเนื้อแก้วเนื่องจากการเย็นตัวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแร่จึงไม่มีเวลาเรียงตัวเป็นผลึกลักษณะภูมิประเทศของไทย ไม่มีแหล่งหินพัมมิสภายในประเทศ ดังนั้นการที่เราพบเห็นหินพัมมิสบริเวณชายฝั่งทะเลบางแห่งนั้น เกิดจากการพัดพาของคลื่นลม ในทะเล จนทำให้หินพัมมิสที่มีน้ำหนักเบาลอยข้ามทะเลมาได้ ด้วยลักษณะกายภาพที่โดดเด่นของหินพัมมิส จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการผสมเสริมกับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเพื่อให้มีน้ำหนักเบา ใช้ทำวัสดุขัดถู ใช้ในอุตสาหกรรมการฟอกยีนส์ ใช้ทำฉนวนในเครื่องทำความเย็น ใช้ดูดซับความชื้น กรองตู้ปลา เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว หินพัมมิสสามารถใช้ประโยชน์ในการเกษตรได้จากแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีในแร่ประกอบหิน เช่น ธาตุซิลิกอน (Si) เป็นส่วนประกอบของแร่ควอตซ์ ธาตุโพแทสเซียม (K) ธาตุแมกนีเซียม (Mg) ธาตุแมงกานีส (Mn) และธาตุแคลเซียม (Ca) ที่เป็นส่วนประกอบของแร่เฟลด์สปาร์ ตัวอย่างแร่ธาตุที่กล่าวมานี้ มีประโยชน์ช่วยทำให้โครงสร้างของพืชมีความแข็งแรง มีความต้านทานโรคได้เป็นอย่างดีและช่วยให้เซลล์พืชทำงานได้ตามปกติ เป็นต้น เมื่ออ่านถึงบรรทัดนี้ เราก็ได้ทราบว่าหินพัมมิสไม่ได้เป็นเพียงแค่หินภูเขาไฟ น้ำหนักเบา ที่มีประโยชน์เพียงแค่ใช้เป็นตัวอย่างการศึกษาในห้องเรียนเท่านั้นแต่ยังมีประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตของมนุษย์และการดำรงชีวิตพืชอีกด้วย อ้างอิง […]
กระแสไฟฟ้าที่เราใช้งานอยู่ทุกวันนี้แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current หรือ DC) และ ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current หรือ AC) ซึ่งแต่ละแบบก็มีหน้าที่ต่างกันไป ไฟฟ้ากระแสตรง เรามักจะเจอในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เล็ก ๆ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์พกพา ส่วน ไฟฟ้ากระแสสลับ จะใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือเครื่องปรับอากาศ และมักใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือ สำนักงานอาคารขนาดใหญ่ แล้วทั้งสองแบบต่างกันอย่างไร? 1. ไฟฟ้ากระแสตรง เป็นกระแสไฟที่ไหลในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่อง โดยมีขั้วบวกและขั้วลบที่คงที่ เช่น ถ้าไหลไปทางบวกก็จะไปทางนั้นตลอด จะไม่กลับไปเป็นลบ แหล่งจ่ายไฟกระแสตรง เช่น แบตเตอรี่ 2. ไฟฟ้ากระแสสลับ เป็นกระแสที่ไหลสลับไปมาระหว่างขั้วบวกและขั้วลบเป็นระยะ ๆหรือที่เราเรียกว่ามี “ความถี่” โดยความถี่นี้มีหน่วยเป็น “เฮิรตซ์” (Hz) หมายถึงจำนวนครั้งที่กระแสสลับทิศใน 1 วินาที […]
