
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) สำนักงาน กศน. ให้บริการในส่วนของการแสดงท้
สำหรับการแสดงภาพยนตร์เต็มโดม ในเดือนพฤศจิกายน 2559 จัดแสดง

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) สำนักงาน กศน. ให้บริการในส่วนของการแสดงท้
สำหรับการแสดงภาพยนตร์เต็มโดม ในเดือนพฤศจิกายน 2559 จัดแสดง
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
หากพูดถึงสถานการณ์ของโรคระบาดไวรัสโควิด 19 ในประเทศไทยกล่าวได้ว่ายังเป็นเรื่องที่ควรวิตกกังวล เนื่องจากพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งมีรายงานว่าพบผู้ป่วยโควิดจำนวนหนึ่งที่ไม่แสดงอาการป่วย แทบจะไม่มีอาการเหนื่อยหรือมีอาการบ่งชี้เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ แต่พบว่าปอดมีความผิดปกติ เมื่อตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดพบว่าระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำแต่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อความผิดปกตินี้ ส่งผลให้เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ อาการจึงรุนแรงกว่าที่คาดไว้ เราเรียกสภาวะนี้ว่า ภาวะพร่องออกซิเจนเรื้อรัง (Happyhypoxia) ดังนั้นเครื่องตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด หรือ Pulse Oximeter จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยติดตามอาการของผู้ป่วยโควิด 19 ทั้งผู้ป่วยที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลและที่บ้าน เครื่องวัดออกซิเจนมีทั้งแบบตั้งพื้นและแบบพกพา ในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะเครื่องวัดออกซิเจนพกพาแบบปลายนิ้ว หรือชื่อเต็มคือเครื่องตรวจวัดความอิ่มตัวออกซิเจนของฮีโมโกลบินจากชีพจร โดยจะบอกค่าโดยประมาณของระดับความอิ่มตัวออกซิเจนที่จับกับฮีโมโกลบินที่อยู่ภายในหลอดเลือดแดง ซึ่งหากค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือดสูง แสดงว่าอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายสามารถนำออกซิเจนในกระแสเลือดไปใช้ได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ ในทางกลับกันหากค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือดต่ำแสดงว่าอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย อีกทั้งค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือดนี้ยังเป็นค่าสำคัญที่ใช้บอกประสิทธิภาพการทำงานของปอดด้วย ความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2 ) คืออะไร ? ส่วนประกอบสำคัญที่อยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีหน้าที่นำออกซิเจนไปยังเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเรียกว่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) โดยทั่วไปแล้วฮีโมโกลบิน 1 โมเลกุล จะสามารถจับกับออกซิเจนได้ 4 โมเลกุล ในเม็ดเลือดแดงจะมีฮีโมโกลบินอยู่ 4 ชนิด ซึ่งเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วนี้จะตรวจวัดได้แค่ 2 ชนิด […]
หากใครที่ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์โลก เราจะพบสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งที่มันไร้ซึ่งความกลัวใด ๆ พร้อมท้าชนกับสัตว์ทุกสายพันธุ์ ประมาณว่าต่อให้มันโดนล้อมด้วยสิงโต 4 ตัว มันก็สู้ยิบตา ไม่กลัวถูกกินอีกต่างหาก สัตว์ชนิดนี้ คือ ฮันนี่แบดเจอร์ (honey badger, Ratel) (ชื่อวิทยาศาสตร์: Mellivora capensis) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับสัตว์กินเนื้อ จัดอยู่ในวงศ์เพียงพอน (Mustelidae) ชนิดหนึ่ง (ไม่ได้เขียนผิด ไม่ใช่วงศ์พังพอน) รูปร่างเล็กราวหมาน้อยธรรมดา แต่ดันเป็นสัตว์ที่ไม่กลัวเกรงสิ่งมีชีวิตอื่นแม้แต่น้อย พร้อมบวกกับสายพันธุ์อื่นได้ทุกสถาบัน อย่างที่เห็นภาพและในคลิปวิดีโอหลายแห่ง เจ้าฮันนี่แบดเจอร์ต่อสู้กับสิงโตหลายตัวแบบไม่กลัวอะไรเลย ซึ่งตามปกติแล้วสัตว์อื่นต่างกลัวสิงโตกันทั้งสิ้น ไม่เพียงแค่นั้นฮันนี่แบดเจอร์ยังไม่กลัวพิษร้าย ในชื่อก็บอกแล้วว่าฮันนี่ คือ มันชอบกินน้ำผึ้งอย่างมาก เวลาไปเอาน้ำผึ้งโดนผึ้งต่อยแค่ไหนก็ไม่ระคายผิว กินได้อย่างสบาย หรือว่าจะเป็นพิษจากงูเห่า เพราะบางครั้งฮันนี่แบดเจอร์ก็กินงูเห่า และถึงโดนกัดแล้วจะมีอาการจนนอนฟุบไปบ้าง แต่สักพักก็ลุกขึ้นมากินงูเห่าที่เพิ่งจัดการต่อจนอิ่ม แล้วเดินออกไปแบบปกติเหมือนไม่ได้โดนพิษอะไร เหตุที่ฮันนี่แบดเจอร์ไม่กลัวอะไรเลย เป็นเพราะร่างกายของมันมีลักษณะพิเศษ ผิวหนังของฮันนี่แบดเจอร์มีความหนามาก ๆ หนาในระดับที่ว่าเขี้ยวเล็บของสัตว์อื่นแทงไม่เข้า จะบอกว่าต่อให้โดนหอกของมนุษย์แทงก็น่าจะไม่เข้าอีกด้วย แล้วพอผิวหนังหนาแบบนี้ มันเลยลุย ๆ แบบไม่กลัวอะไร โดนผึ้งต่อยก็เฉย ๆ แค่คัน ๆ […]
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) หมายถึง ปริมาณแก๊สเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งานและการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งาน โดยคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่านั่นเอง ซึ่งการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่มีการปล่อยแก๊สเรือนกระจกน้อยจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแก๊สเรือนกระจกได้ เคล็ดลับการบริโภคอาหารที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1. กินให้หมด ลดเศษอาหาร เศษอาหารนั้นมีส่วนในการทำให้เกิดแก๊สเรือนกระจก เพราะอาหารที่ถูกทิ้งจะย่อยสลายและเกิดเป็นแก๊สมีเทน และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกด้วย 2. กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง การลดการกินเนื้อเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เนื่องจากการปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากการผลิตของปศุสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อวัวและโคนมคิดเป็น 14.5 % ของการปล่อยแก๊สเรือนกระจกที่มนุษย์สร้างขึ้น เราอาจจำกัดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้เหลือเพียงมื้อเดียวต่อวันหรืองดเนื้อสัตว์สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อลดปริมาณของแก๊สเรือนกระจกที่เกิดขึ้น 3. ซื้อผลิตผลในท้องถิ่น การซื้อของในท้องถิ่นช่วยลดการพึ่งพาอาหารที่ต้องขนส่งจากสถานที่ห่างไกล เป็นการตัดระยะทางในการขนส่ง ซึ่งเป็นการลดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการขนส่ง แถมยังได้อาหารที่สดใหม่ และควรใส่ใจกับการเลือกซื้ออาหารปลอดสารพิษ เพื่องดการสนับสนุนผลผลิตที่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก 4. กินอาหารที่มีกากใยมากขึ้น การกินอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ไม่เพียงแต่ทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่ยังอาจช่วยลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย ซึ่งจากการศึกษาในชาวอเมริกัน 16,800 คน พบว่าอาหารที่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกต่ำที่สุด คือ อาหารจากพืชที่อุดมด้วยเส้นใยสูงและมีไขมันอิ่มตัวและโซเดียมต่ำ 5. ลดการบริโภคนม การลดผลิตภัณฑ์นม เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการศึกษาในผู้ใหญ่ชาวดัตช์ 2,101 คน เปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์จากนมเป็นปัจจัยใหญ่เป็นอันดับสอง ในการปล่อยแก๊สเรือนกระจกรองจากเนื้อสัตว์เท่านั้น […]
ทอง (Gold) วัตถุมีค่าที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับ ใช้แปรเปลี่ยนเป็นหลักทรัพย์ในยามจำเป็นหรือแม้กระทั่งใช้เป็นทุนสำรองของประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่านอกจากทองชนิดนี้แล้ว ยังมีทองในชื่อเรียกอื่นที่มีคุณสมบัติต่างกันไปอีกด้วย ทอง (Gold) เป็นแร่ธาตุโลหะตามธรรมชาติ มีสีผิวและสีผงของแร่เป็นสีเหลืองทอง ประกายโลหะ มีสมบัติเด่นคือ ความอ่อนตัวสูง สามารถดึง ยืด ให้เป็นเส้นได้ หลอมซ้ำเพื่อขึ้นรูปใหม่ได้ และเป็นแร่หายากจึงมีมูลค่าสูง ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในงานเครื่องประดับ หลักทรัพย์ทุนสำรองของประเทศ วัสดุซ่อมฟันหรือแม้กระทั่งในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ก็มีทองคำเป็นส่วนหนึ่งในงานนั้นเช่นกัน นอกจากทองคำบริสุทธิ์แล้ว ยังมีทองผสมโลหะชนิดอื่นอีกหลายประเภท ที่มีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น ทองคำสีกุหลาบ (Rose gold) ทองคำสีดำ (Black gold) เป็นต้น และยังมีชื่อเรียกทองบางประเภทที่ไม่ได้มีส่วนผสมของทองคำแม้แต่น้อย เช่น ทองคำขาว ทองสัมฤทธิ์ และ ทองเหลือง ซึ่งมีสมบัติดังนี้ ทองคำขาว (Platinum) (Pt) มีผิวสีเทาเงิน สีผงสีเทาเงินหรืออาจจะเป็นสีเทาขาวได้เช่นกัน มีประกายแบบวาววับ ความแข็งของแร่ประมาณ 4 – 4.5 ตามโมห์สเกล แร่ในธรรมชาติมีความถ่วงจำเพาะ 14 – 19 สามารถทุบเป็นแผ่นบางและดึงยืดเป็นเส้นลวดได้ […]
