ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
“ทางเลือกสุขภาพ” ฉลากสำหรับคนรักสุขภาพ
การใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้เราใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น คนส่วนใหญ่จึงเลือกซื้อและบริโภคอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป นั่นก็เป็นเพราะว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสะดวกและรวดเร็วในการบริโภค อีกทั้งปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ง่ายจากร้านสะดวกซื้อ แต่ทราบหรือไม่ว่าอาหารเหล่านี้มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมที่สูง ทำให้ร่างกายรับพลังงานจากอาหารมากเกินไป เกิดเป็นโรคอ้วน (obesity) และโรคที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือเรียกว่า โรค NCD (non-communicable diseases) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง ภาวะไตวายเรื้อรัง เป็นต้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ผลักดัน ฉลากอาหารที่ทำให้เราสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายว่า ผลิตภัณฑ์ที่เรากำลังจะเลือกซื้อมีปริมาณของสารอาหารที่เหมาะสมกับโภชนาการในชีวิตประจำวันหรือไม่ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันในท้องตลาด โดยกำหนดเป็นสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) เพื่อเป็นทางเลือกให้คนไทยเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม และทำให้ผู้ผลิตให้ความสำคัญในการผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับสัญลักษณ์นี้ต้องมีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดของอาหารแต่ละประเภท ซึ่งปัจจุบันมีอาหาร 11 ประเภทที่มีการติดสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพนี้ คือ กลุ่มอาหารมื้อหลัก หรืออาหารที่บรรจุในภาชนะพร้อมบริโภคเป็นมื้ออาหารหลัก กลุ่มเครื่องดื่ม กลุ่มเครื่องปรุงรส กลุ่มผลิตภัณฑ์นม กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป […]
กินทุเรียนอย่างไร ถึงจะพอดี ไม่อ้วน และปลอดภัย
สาวกทุเรียน ข้อแนะนำ: หากมีทุเรียนตบท้ายมื้ออาหาร มื้ออาหารนั้นควรลดอาหารกลุ่มข้าว แป้ง ของหวาน และเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง อย่างเช่น น้ำอัดลม และไม่ควรกินทุเรียนเกินครั้งละ 1-2 เม็ด และไม่ควรกินทุกวัน เพราะทุเรียนมีปริมาณน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูงมาก ทุเรียน 1 เม็ด (น้ำหนัก 40 กรัม) ให้พลังงาน 50 – 60 กิโลแคลอรี่ และเนื้อทุเรียน 1 กิโลกรัม อาจจะให้พลังงานมากถึง 1,350 แคลอรี่ โดยประมาณ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 68 ของพลังงานที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (2,000 แคลอรี่) นอกจากนั้น สาวกทุเรียนควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย สหายแอลกอฮอล์ ข้อแนะนำ: ควรเลี่ยงการกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรณีที่ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระบวนการเผาผลาญก็จะเพิ่มขึ้นตาม ทำให้ร่างกายจำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำ จนอาจจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยกลุ่มโรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบตัน […]
ชื่อแร่ไพไรต์ แต่ทำไมเรียก “ทองคนโง่”
หลายครั้งที่เราเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการที่ผู้คนพบวัตถุหรือก้อนแร่ที่มีลักษณะคล้ายทองคำโดยบังเอิญ สร้างความยินดีแก่ผู้ที่พบและนำกลับมาครอบครอง เมื่อผู้คนมากมายทราบข่าว ต่างก็หลั่งไหลไปค้นหาด้วยหวังว่าจะเป็นผู้โชคดีเช่นกัน แต่สุดท้ายไม่เป็นดังหวัง เป็นเพราะอะไร แร่ไพไรต์ (Pyrite) มีองค์ประกอบทางเคมี คือ FeS2 หรือมีชื่อเรียกแบบโบราณว่า เพชรหน้าทั่ง ลักษณะเด่นที่เห็นชัดคือ ผลึกของแร่มีลักษณะเป็นลูกบาศก์มุมตัด ที่ผิวมีลักษณะเป็นร่องเล็กในแนวขนานกัน หรือพบว่าเกิดเป็นมวลเม็ดหรือมวลก้อนกลมได้เช่นกัน แร่ชนิดนี้มีความแข็งแต่เปราะ แนวแตกเรียบชัดเจนแต่มีรอยแตกแบบก้นหอยถึงขรุขระ มีความแข็งประมาณ 6- 6.5 ตามโมห์สเกล และมีความวาวแบบโลหะ แต่สมบัติสำคัญที่ทำให้แร่ชนิดนี้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแร่ทองคำ นั่นคือ สีของแร่ไพไรต์มีสีเหลืองคล้ายโลหะทองเหลือง แต่เมื่อทดสอบด้วยการขูดแร่กับกระเบื้องไม่เคลือบ จะพบว่าผงแร่มีสีดำออกเขียว แร่ไพไรต์จัดเป็นแร่ในกลุ่มซัลไฟด์ที่พบได้แพร่หลาย โดยแหล่งแร่ไพไรต์แหล่งใหญ่ของประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดยะลา แร่ไพไรต์ไม่ใช่แร่ทองคำ แต่ด้วยลักษณะของสีที่คล้ายกัน หากไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วนก็อาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย จึงทำให้ได้รับฉายาว่า “ทองคนโง่” อย่างไรก็ตาม แม้แร่ไพไรต์หรือทองคนโง่จะไม่ได้มีมูลค่ามหาศาลดังเช่นแร่ทองคำ แต่ก็มีประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมที่มองข้ามไปไม่ได้ เพราะเป็นสินแร่กำมะถันที่สำคัญ ที่ใช้ประโยชน์เพื่อทำกรดกำมะถัน ซึ่งเป็นกรดตั้งต้นที่จะนำไปผลิตกรดชนิดอื่น ๆ และ Copperas (Ferrous sulfate) ซึ่งใช้ในการทำสีย้อมและการทำหมึก ทำยารักษาเนื้อไม้และยาฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น ในบางแหล่งของโลกอาจจะมีการทำเหมืองแร่ไพไรต์เพื่อเอาแร่ทองคำกับแร่ทองแดงที่เกิดปนอยู่ด้วย และในบางประเทศที่หาแหล่งเหล็กออกไซด์ไม่ได้จะทำเหมืองแร่ไพไรต์เพื่อถลุงเอาโลหะเหล็กมาใช้งาน จากนี้ไป หากมีโอกาสพบเห็นแร่ที่มีลักษณะดังกล่าว ก่อนที่ท่านจะดีใจกระจายข่าวให้ผู้คนร่วมยินดี ขอให้ท่านตั้งสติแล้วลองทดสอบแร่ด้วยวิธีการขูดดูสีผงของแร่ก่อนซักนิด หากสีผงที่ได้มีสีดำออกเขียว ไม่เป็นสีทองดังหวัง […]
เชื้อราในหอมแดงและกระเทียมกับอันตรายที่ควรรู้
หอมแดง กระเทียม พืชสวนครัวที่เป็นวัตถุดิบที่มีในครัวเรือนไทย นำไปใช้ประกอบอาหารหรือปรุงรสได้หลากหลาย เมื่อเก็บหอมหรือกระเทียมไว้นาน ๆ เราเคยสังเกตเห็นรอยหรือจุดดำ ๆ บนหอมแดง กระเทียมกันหรือไม่ ? รอยหรือจุดดำที่ปรากฏนั้น อาจเกิดได้จากสาเหตุ 2 อย่าง คือ เชื้อราดำที่อยู่บนพืชผักอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหัวหอม กระเทียมหรือธัญพืชต่าง ๆ มีความเสี่ยงที่จะเป็นเชื้อราที่สร้างสารพิษ อย่างสารอะฟลาท็อกซิน (aflatoxin) สารที่ทำให้เกิดมะเร็งตับ ดังนั้นการบริโภคกระเทียม หัวหอมดิบที่มีจุดดำ ๆ แบบกินสด อาจจะไม่ปลอดภัย จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภค จุดดำเล็ก ๆ บนอาหารที่เราเห็นนั้นเป็นเพียงส่วนยอดของเชื้อรา แต่รากของเชื้อรานั้นแผ่กระจายลงไปในอาหารเป็นบริเวณกว้าง แม้จะตัดเอาส่วนที่เห็นเชื้อราออกไปแล้ว แต่ยังมีส่วนของเชื้อราที่เรามองไม่เห็นปนเปื้อนอยู่ในอาหารด้วย หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้วิธีเฉือนเนื้อที่เป็นราดำออกก่อนนำไปประกอบอาหาร ให้ปรุงสุกโดยใช้ความร้อนสูงถึง 270 องศาเซลเซียส ถึงจะลดความเสี่ยงและทำลายสารอะฟลาท็อกซินได้ หากรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซินในปริมาณมาก จะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายในระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจไม่สะดวกหรือเกิดอาการชัก หากรับประทานในปริมาณน้อยแต่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดการสะสมส่งผลอันตรายต่อตับ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ทั้งยังอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจอีกด้วย การเลือกซื้อกระเทียมและหอมแดงอย่างไรให้ได้คุณภาพ การเก็บรักษามีหลายวิธี ดังนี้ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine

