
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ระดั
1. ดาวน์โหลดโครงการ ใบสมัคร และแบบฟอร์มการลงทะเบียนการเข้า
2. นำแบบฟอร์มการลงทะเบียนการเข้ากิ
3. กรอกใบสมัคร และจัดส่งใบสมั
หมายเหตุ ผู้สมัครที่ชำระเงินค่

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ระดั
1. ดาวน์โหลดโครงการ ใบสมัคร และแบบฟอร์มการลงทะเบียนการเข้า
2. นำแบบฟอร์มการลงทะเบียนการเข้ากิ
3. กรอกใบสมัคร และจัดส่งใบสมั
หมายเหตุ ผู้สมัครที่ชำระเงินค่
เปิดเวทีประชันไอเดียและทักษะด้านหุ่นยนต์! ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ขอเชิญนักเรียนนักศึกษา สกร. และครูที่ปรึกษา เข้าร่วมโครงการ “การแข่งขันหุ่นยนต์ (STEM Education Robot Competition) รอบคัดเลือก ประจำปี พ.ศ. 2569” ประเภทการแข่งขัน กำหนดการ ร่วมแสดงศักยภาพด้าน STEM ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านการแข่งขันหุ่นยนต์ พร้อมโอกาสก้าวสู่เวทีระดับประเทศ รายละเอียดโครงการและกำหนดการ ดูได้จากเอกสารแนบ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ขนมปัง อาหารที่ทานได้ง่ายเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน อย่างที่ทราบกันดีว่า ขนมปังมีหลากหลายชนิด หน้าตาแตกต่างกันออกไปตามกระบวนการผลิต โดยทั่วไปในอุตสาหกรรมการผลิตขนมปังจะใช้จุลินทรีย์ที่เรียกว่า ยีสต์ และที่นิยมใช้ คือ Saccharomyces cerevisiae ในการหมักย่อยน้ำตาลและช่วยให้ขนมปังขึ้นฟู มารู้จักยีสต์กันก่อน ยีสต์ เป็นราชนิดหนึ่งที่มีเซลล์เป็นเซลล์เดี่ยว มีรูปร่างกลม หรือ รูปไข่ ยีสต์ส่วนมากจะขยายพันธุ์โดยใช้การแตกหน่อ (budding) สามารถเจริญได้ทั้งที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน เราสามารถพบยีสต์ในอาหารที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำผึ้ง แยม หรือแม้แต่ในผลไม้ที่มีรสหวาน เมื่อขนมปังทำจากยีสต์ธรรมชาติ ซาวโดวจ์ (Sourdough) เป็นขนมปังที่เกิดจากการหมักของยีสต์จากธรรมชาติ โดยใช้ เกลือ แป้งสาลี และหัวเชื้อ (sourdough starter) การทำหัวเชื้อที่นิยมมี 2 แบบ คือ การเพาะเลี้ยงจากผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล องุ่น สับปะรด เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ขนมปังมีกลิ่นของผลไม้ชนิดนั้นจาง ๆ หรือจะเป็นวิธีการเพาะเลี้ยงยีสต์จากแป้งและน้ำ หมักทิ้งไว้ 7-10 วัน การทำขนมปังซาวโดวจ์ที่ใช้หัวเชื้อยีสต์จากธรรมชาติทำให้พบยีสต์ในหัวเชื้อมากกว่าหนึ่งสายพันธุ์และยังพบแบคทีเรียแลกติก (Lactic […]
หลายคนอาจจะไม่เคยรู้จักว่าไบโอฟิล์ม (biofilm) คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรในชีวิตประจำวัน แต่จริง ๆ แล้วไบโอฟิล์มอยู่ใกล้ตัวเรามาก ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายที่สุด คือ คราบสกปรกที่อยู่ในช่องปากหรือที่เรียกว่า คราบพลัค (plaque) ที่เราต้องแปรงฟันเพื่อกำจัดคราบออกจากฟันของเรานั่นเอง หรืออีกตัวอย่างที่เราสามารถเห็นได้ง่ายคือ คราบสกปรกบนกระเบื้องห้องน้ำที่ลื่น ๆ ในอ่างน้ำ ท่อประปา หรือ ท่อที่ใช้ส่งของเหลว เป็นต้น คราบของไบโอฟิล์มที่เราเห็นนี้ คือ โครงสร้างที่เชื้อจุลินทรีย์สร้างขึ้นมาเหมือนเมือกเพื่อยึดเกาะกับพื้นผิว และใช้ในการดักจับสารอินทรีย์ สารอนินทรีย์ และจุลินทรีย์อื่น ทำให้ภายในโครงสร้างไบโอฟิล์มนี้ สามารถพบการรวมกลุ่มของแบคทีเรียหลายชนิด และยังพบ เชื้อรา ไวรัส และโปรโตซัว ได้อีกด้วย สารที่จุลินทรีย์เหล่านี้สร้างขึ้น คือ extracellular polymeric substance (EPS) ส่วนใหญ่มีองค์ประกอบเป็นพอลิแซคคาไรด์ ทำหน้าที่เหมือนกำแพงหรือเกราะป้องกันสมาชิกที่อยู่ภายในเมืองจากอันตรายที่มาจากสภาวะแวดล้อมภายนอก ส่วนภายในโครงสร้างนี้มีการแลกเปลี่ยนสารที่ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และกรดนิวคลีอิก ซึ่งเราสามารถพบไบโอฟิล์มเหล่านี้ได้มากบริเวณที่มีความชื้นสูง การเกิดไบโอฟิล์มเริ่มจากแบคทีเรียมาเกาะติดบนพื้นผิว แล้วเพิ่มจำนวนเซลล์พร้อมกับการสร้างสารเมือกล้อมรอบเซลล์จนเกิดเป็นโครงสร้างไบโอฟิล์มที่แข็งแรง ทำให้เชื้อมีโอกาสรอดและเจริญเติบโตได้ดีกว่าการลอยตัวอยู่ในของเหลว และเป็นการดึงดูดให้เชื้ออื่น ๆ มาเกาะติดกันได้ง่ายขึ้น เกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อของจุลินทรีย์ที่ทำให้เชื้อทนต่อยาฆ่าเชื้อ (antibiotic) หรือสารทำความสะอาดได้มากกว่าปกติ […]
มะพร้าว เป็นพรรณไม้มงคลชนิดหนึ่ง ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวงกำหนดให้ปลูกไว้ทางทิศตะวันออกของบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล มะพร้าวเป็นพืชยืนต้นในตระกูลปาล์ม เราใช้ประโยชน์จากมะพร้าวได้หลากหลายรูปแบบ เช่น น้ำและเนื้อมะพร้าวใช้รับประทาน กะลามะพร้าวนำมาประดิษฐ์ของใช้ แล้วน้ำมะพร้าวเข้าไปอยู่ในลูกมะพร้าวได้อย่างไร น้ำมะพร้าว คือ สิ่งหล่อเลี้ยงต้นอ่อนของมะพร้าว ผ่านกระบวนการมาตั้งแต่ราก ลำต้น จนถึงลูกมะพร้าว มีการสะสมน้ำไว้เพื่อเลี้ยงดูต้นอ่อน จนกระทั่งมีใบแทงออกมา มะพร้าวมีเอนโดสเปิร์มทั้งของแข็งและของเหลว เอนโดสเปิร์มของแข็งจะเจริญเติบโตเป็นเนื้อมะพร้าว ส่วนเอนโดสเปิร์มของเหลวจะเป็นน้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าวไม่สามารถซึมผ่านกะลาออกมาได้ จึงอยู่ในลูกมะพร้าวนั้น เมื่อมะพร้าวติดผล จะมีสารกาแลตโตแมนแนน (Glucomannan) และมีเอนไซม์ย่อยให้กลายเป็น “แมนแนน (Mannan)” ซึ่งแยกตัวเป็นส่วนของเนื้อมะพร้าว และน้ำมะพร้าว หากไม่มีการสร้างเอนไซม์มาย่อย เนื้อมะพร้าวจะมีลักษณะเป็นก้อนกึ่งเหลวกึ่งแข็ง คือ มะพร้าวกะทิ นั่นเอง ขณะที่มะพร้าวยังอ่อน เนื้อจะมีลักษณะบาง อ่อนนุ่ม และมีน้ำมะพร้าว เรามักรับประทานมะพร้าวในระยะนี้ หากมะพร้าวแก่ เอนโดสเปิร์มจะดูดเอาน้ำมะพร้าวไป ทำให้น้ำมะพร้าวแห้งลงบางส่วน เนื้อจะหนาและแข็งขึ้น สังเกตได้จากเปลือกนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และร่วงหล่นจากต้นในที่สุด สรุปแล้ว น้ำมะพร้าว คือ น้ำที่เข้าไปอยู่ในลูกมะพร้าวผ่านทาง ราก ลำต้น และเข้าสู่ผลทางขั้วลูกมะพร้าว ทำหน้าที่เป็นอาหารของต้นอ่อน น้ำมะพร้าวไม่สามารถซึมผ่านเปลือกชั้นใน […]
หากพูดถึงการวิ่งบนผิวน้ำแล้ว เรามักนึกถึงวิชานินจาวิ่งบนผิวน้ำในภาพยนตร์หรือการ์ตูนบางเรื่อง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปได้ยากมากที่เราจะวิ่งบนผิวน้ำได้ แต่ใครจะรู้ว่ามีสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งที่สำเร็จเคล็ดลับวิชานี้ กิ้งก่าบาซิลลิสก์ (Basilisk lizard – ชื่อวิทยาศาสตร์ Basiliscus basiliscus) เป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภท กิ้งก่า ที่อยู่ในสกุล Basiliscus เป็นกิ้งก่าที่มีขนาดกลาง มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 70 – 75 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 80 กรัม โดยตัวเต็มวัยมีความยาวจากหัวถึงปลายหางได้ถึง 80 เซนติเมตร กิ้งก่าบาซิลลิสก์จะมีเกล็ดห่อหุ้มลำตัวเป็นสีเขียว ขาว น้ำตาลและดำ สีส่วนใหญ่ของพวกมันจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพแวดล้อมที่พวกมันอาศัยอยู่ และสามารถปรับสีของเกล็ดเพื่อการพรางตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนั้น ๆ ได้ด้วย ความสามารถพิเศษของกิ้งก่าบาซิลลิสก์ คือ สามารถวิ่งบนผิวน้ำได้ พวกมันจะใช้ขาคู่หลังเปลี่ยนสลับก้าวด้วยความเร็ว 0.052 วินาที ซึ่งเมื่อเท้าของมันกระแทกลงบนผิวน้ำจะเกิดแรงพยุงตัว แรงต้านทาน และแรงลอยตัวจากอากาศขึ้น และก่อนที่แรงเหล่านี้จะหมดลง กิ้งก่าบาซิลลิสก์จะสลับเท้าอีกข้างลงน้ำในลักษณะเดียวกัน เกิดแรงทั้งสามขึ้นเช่นเดิม ทำให้มันวิ่งต่อเนื่องบนผิวน้ำได้ นี่คือเคล็ดลับวิชาวิ่งบนผิวน้ำของกิ้งก่าบาซิลลิสก์ หากมนุษย์จะทำบ้างคงต้องใช้ความเร็วที่สูงมาก โดยนักวิจัยได้คำนวณไว้ว่า ถ้าผู้ชายหนัก 80 กิโลกรัมจะวิ่งไปบนผิวน้ำได้นั้นต้องวิ่งให้ความเร็วถึง 106 กิโลเมตรต่อชั่วโมง […]
