ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
MRE คืออะไร?
ในแง่ของปัจจัยสี่สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาหารจัดเป็นปัจจัยสำคัญสุดข้อแรก สรรพชีวิตทุกสายพันธุ์บนโลกล้วนเจริญเติบโตขึ้นมาได้ด้วยอาหาร สำหรับนักรบแล้วในขณะที่มีการรบอาหารถือเป็นสิ่งจำเป็นสุด ผลแพ้ชนะในศึกใดก็ตาล้วนขึ้นอยู่กับอาหาร ครั้งหนึ่ง นโปเลียน โบนาปาร์ต จอมกษัตริย์ผู้ลือนามแห่งฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ว่า “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เพราะถ้าเหล่าทหารหิวโหยจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาสู้รบ” สมัยก่อนทหารที่จะออกรบก็จะต้องเตรียมอาหารแห้งอย่างเนื้อเค็ม และขนมปังติดตัวไปด้วย ในยุคต่อมาได้พัฒนาเป็นอาหารกระป้อง แต่ด้วยน้ำหนักที่มากทำให้มีการคิดค้นอาหารพร้อมทานที่มีน้ำหนักเบาพกง่ายจึงเกิดเป็น MRE ที่ย่อมาจาก Meal Ready to Eat หรือที่คนไทยเรียกกันกว่า “อาหารสนาม” ในปัจจุบัน MRE ไม่ได้ใช้แค่ในวงการทหารเท่านั้น แต่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป สำหรับคนที่ชอบแอดเวนเจอร์เดินเข้าป่าแต่ไม่สะดวกแบกอุปกรณ์วัตถุดิบต่าง ๆ ไปทำอาหารเอง คุณสมบัติของ MRE 1 มื้อ ให้พลังงานสูงถึง 1,250 กิโลแคลลอรี่ โดยมีโปรตีน 13% ไขมัน 36% และคารโบไฮเดรต 51% รวมถึงแร่ธาตุต่างๆ เก็บไว้ได้นานถึง 3 ปี และยังคงรสชาติเดิมไว้ (ในอุณหภูมิไม่เกิน 26 องศาเซลเซียส) ปริมาณฟเบอร์ในอาหารจะต่ำกว่าอาหารปกติ (อยู่กลางป่าคงไม่มีห้องน้ำ) แพคเกจป้องกันความชื้นและกันแสง ใน […]
ภูเขาไฟฟูจิ: ความงดงามและพลังที่ซ่อนเร้นแห่งญี่ปุ่น
ภูเขาไฟฟูจิ (富士山 / Mount Fuji / ฟูจิซัง) คือหนึ่งในสัญลักษณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญและโดดเด่นที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดชิสึโอกะและยามานาชิ ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นทรงกรวยที่สมมาตร มีความสูงถึง 3,776 เมตร จากระดับน้ำทะเล และมีหิมะปกคลุมยอดเขาเกือบตลอดทั้งปี ทำให้ภูเขาไฟฟูจิเป็นภาพจำของความงดงามทางธรรมชาติที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากจะมาสัมผัส ณ ที่แห่งนี้ ภูมิประเทศบริเวณยอดเขามีลักษณะเป็นเขตทุนดรา ในด้านธรณีวิทยา เป็นภูเขาไฟประเภทกรวยสลับชั้น (stratovolcano) ซึ่งก่อตัวขึ้นจากการสะสมของชั้นหินเถ้าและลาวาที่แข็งตัวซ้อนทับกันมาเป็นเวลาหลายพันปี ที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิอยู่ระหว่างแผ่นเปลือกโลก 3 แผ่น ได้แก่ แผ่นอเมริกาเหนือ แผ่นยูเรเซีย และแผ่นฟิลิปปินส์ ทำให้พื้นที่นี้มีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและกิจกรรมทางธรณีวิทยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการมุดตัวของแผ่นแปซิฟิกใต้แผ่นฟิลิปปินส์บริเวณร่องลึกนันไกทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นการปะทุของภูเขาไฟในบริเวณนี้ จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์และทางธรณีวิทยาพบว่า ภูเขาไฟฟูจิมีการปะทุใหญ่โดยเฉลี่ยทุก 500 ปี การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 1707 ซึ่งรุนแรงจนเถ้าภูเขาไฟปกคลุมทั่วพื้นที่ และส่งผลกระทบไปถึงเมืองเอโดะ (เมืองโตเกียวในปัจจุบัน) องค์ประกอบของลาวาที่พ่นออกมาส่วนใหญ่เป็นหินบะซอลต์ที่มีความหนืดต่ำ ทำให้การปะทุมีลักษณะไม่รุนแรง ลาวาที่พุ่งออกมาจะไหลไปตามพื้นดินมากกว่าระเบิดขึ้นสู่ฟ้า อย่างไรก็ตาม ภูเขาไฟฟูจิยังสามารถเกิดการปะทุแบบรุนแรงได้เช่นกัน โดยขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีและแรงดันของแมกมาภายใน ในการจำแนกประเภทของภูเขาไฟทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ […]
แสงเหนือ แสงใต้ ปรากฏการณ์จากท้องฟ้า
ความสวยงามที่หลายคนตามล่าเพื่อที่จะได้เห็นกับตาสักครั้ง ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาและสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คน ความงดงามของแสงสีบนท้องฟ้าในเวลากลางคืนที่มองดูคล้ายกับม่าน และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างรวดเร็วราวกับว่าแสงนั้นกำลังเต้นระบำอยู่ ซึ่งมีชื่อเรียกว่าแสงเหนือ – แสงใต้ หรือออโรรา (Aurora) ออโรรา (Aurora) เป็นปรากฏการณ์การเกิดแนวแสงสว่างสีต่าง ๆ บนท้องฟ้ายามค่ำคืน มักเกิดขึ้นในแถบประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตละติจูดสูง ซึ่งก็คือ บริเวณขั้วโลกที่มีอุณหภูมิต่ำ อากาศหนาวเย็น ซึ่งหากเกิดบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ จะเรียกว่า แสงเหนือ (Aurora borealis) และบริเวณใกล้ขั้วโลกใต้ เรียกว่า แสงใต้ (Aurora australis) แสงเหนือ – แสงใต้ เกิดได้อย่างไรกันนะ แสงเหนือ-แสงใต้ เกิดจากอนุภาคอิเล็กตรอน โปรตอน หรือไอออนอื่น ๆ ที่มีพลังงานสูงถูกปล่อยออกมาจากดวงอาทิตย์ขณะกำลังโคจร ซึ่งอนุภาคเหล่านี้จะเคลื่อนที่มากับลมสุริยะและเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก เมื่ออนุภาคเคลื่อนที่ผ่านชั้นบรรยากาศในระดับความสูงประมาณ 80 – 1,000 กิโลเมตร จากพื้นดินจะชนเข้ากับโมเลกุลของก๊าซที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ และปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสงที่เรามองเห็นเป็นสีต่าง ๆ ซึ่งสีของแสงที่ปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้าจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าอนุภาคดังกล่าวชนกับโมเลกุลของก๊าซในช่วงระดับความสูงใด รวมถึงชนิดของก๊าซที่พบในชั้นบรรยากาศนั้น ๆ ด้วย โดยก๊าซออกซิเจนจะให้แสงสีเขียวหรือสีแดง ไนโตรเจนให้แสงสีน้ำเงินหรือสีม่วง ส่วนฮีเลียมให้แสงสีฟ้าหรือสีชมพู แสงเหนือ – แสงใต้ […]
แสงแดดภัยร้ายใกล้ตัวคุณ
ประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนที่มีอากาศร้อนมากโดยเฉพาะในหน้าร้อน แล้วอย่างนี้เราจําเป็นจะต้องใส่เสื้อแขนยาว กางร่ม หลบแดด หรือทาครีมกันแดดหรือไม่ แล้วถ้าเราอยู่ในร่มยังจําเป็นต้องทาครีมกันแดดไหม แล้วถ้าเราไม่ทาครีมกันแดด หรือหลบแดดจะมีผลเสียอะไรหรือไม่บทความนี้มีคําตอบไปอ่านกันเลย แสงแดดคืออะไร แสงแดดประกอบด้วยรังสีและแสงหลายชนิด ที่แตกต่างกันตามความยาวคลื่น โดยแบ่งเป็น แสงอินฟราเรด (Infrared) หรือแสงที่ให้ความร้อน มีปริมาณ 50% ของแสงแดดทั้งหมด และมีพลังงานต่ำกว่าแสงที่ให้ความสว่าง ดังนั้นจึงมีพลังงานต่ำที่สุด โดย Infrared A เป็นคลื่นแสงที่ทําให้เกิดผิวแก่ก่อนวัย (Photoaging) ย่อยสลายคอลลาเจน (Collagen breakdown) และเกิดรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง เพราะสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระได้ แต่ต้องใช้ปริมาณสูงมาก แสงที่มองเห็น (Visible light) มีปริมาณ 45% ของแสงแดดทั้งหมด มีพลังงานต่ำ แต่ถ้าได้รับเป็นเวลานานก็ทําให้ผิวคล้ำเสีย กระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น หรือผิวเสื่อมจากแดดได้ เนื่องจากสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ แสงที่มองไม่เห็น (Invisible Light) มีปริมาณ 5% ของแสงแดดทั้งหมด มีพลังงานสูง และเป็นสาเหตุสําคัญของผิวไหม้แดง ผิวคล้ำมะเร็งผิวหนัง และผิวชราจากแดด เช่น อัลตราไวโอเลต (Ultraviolet […]

