ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
แมงกะพรุนผู้ไม่มีสมอง
“เคยคิดไหมว่าทำไมสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า แมงกะพรุน ที่ไม่มีสมอง ไม่มีหัวใจ ทำไมยังคงมีชีวิตอยู่มาถึงทุกวันนี้” แมงกะพรุนจัดอยู่ในกลุ่ม Cnidarian ซึ่งเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แม้จะถูกเรียกว่า jellyfish หรือ ปลาวุ้น ในภาษาอังกฤษ แต่ความจริงแล้วแมงกะพรุนไม่ใช่ปลา แมงกะพรุนเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกนี้มานานกว่า 500 ล้านปี ซึ่งนานกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และอยู่มาก่อนที่จะมีไดโนเสาร์ถึง 230 ล้านปี แม้จะอยู่มาก่อนการเกิดของไดโนเสาร์ แมงกะพรุนก็ยังคงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จทางวิวัฒนาการที่น่าประทับใจ แมงกะพรุนไม่มีสมองที่จะช่วยคิดหรือควบคุมการเคลื่อนไหวเหมือนกันกับสัตว์ตัวอื่น ๆ แต่พวกมันมีระบบประสาทที่กระจายตัวอยู่ทั่วร่างกายเรียกว่า “nerve net” ซึ่งทำหน้าที่เหมือนระบบประสาทของสัตว์หลายชนิด ระบบนี้ช่วยให้แมงกะพรุนสามารถตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว และใช้วิธีในการเคลื่อนไหว หากิน โดยไม่จำเป็นต้องมีสมองมาคอยสั่งการและพวกมันสามารถปรับตัวเข้ากับธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม และด้วยความที่แมงกะพรุนมีโครงสร้างร่างกายที่เรียบง่าย ตัวของมันประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 95% จึงทำให้เหล่าแมงกะพรุนล่องลอยพริ้วไหวสง่างาม ดูเป็นหนึ่งเดียวกันกับกระแสน้ำ นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งที่สุดในธรรมชาติ แมงกะพรุนเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าการควบคุมหรือเอาชนะมัน การปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติอย่างเรียบง่ายอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการอยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับแมงกะพรุนที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ แม้ไม่มีสมองหรือหัวใจ พวกมันยังคงอยู่รอดตลอดหลายล้านปี แสดงถึงความสำเร็จทางชีววิทยา และ สะท้อนให้เห็นว่าความซับซ้อนไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำความรู้จักกับหินอ่อน
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อยวัยละอ่อน ผู้เขียนเคยได้ฟังเพลงที่มีเนื้อร้องว่า “น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แต่หัวใจอ่อน ๆ ของเธอทำด้วยอะไร” เนื้อเพลงได้เปรียบเทียบถึงความแข็งแรงของหินกับความบอบบางของกล้ามเนื้อหัวใจ ครั้นเติบโตขึ้นมาจึงได้เรียนรู้ว่าในบรรดาหินหลากหลายชนิด มีหินบางชนิดที่ชื่อแสดงถึงความนุ่มนวล นั่นคือ หินอ่อน มารู้จักหินอ่อนกันสักนิดว่าอ่อนจริงเหมือนชื่อหรือไม่ หินอ่อน (marble) คือหินที่แปรสภาพมาจากกลุ่มหินตะกอนชนิดหินปูน (limestone) เกิดจากการสะสมตัวของแร่แคลไซต์ (calcite) หรือแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) นั่นเอง ด้วยสมบัติของแร่ชนิดนี้ที่มีความแข็งตามโมห์สเกลในระดับ 3 สามารถขูดเข้าได้โดยเล็บ และทำปฏิกิริยาเกิดเป็นฟองฟู่เห็นเด่นชัดเมื่อโดนกรดเจือจาง ด้วยความแข็งแรงเพียงระดับนี้ของหินอ่อน การรับแรงกระแทกจากหยดน้ำฝนบ่อย ๆ จะส่งผลทำให้หินอ่อนเกิดความเสียหายได้ ซ้ำร้ายบางครั้งเจอหยดน้ำฝนรวมเข้ากับมลพิษในอากาศมีฤทธิ์เป็นกรด จะสามารถกัดผิวทำลายหินอ่อนให้เสียหายได้มากกว่าเดิมอีก ส่วนที่มาของชื่อเรียกนั้น เป็นเพราะว่าคุณสมบัติความแข็งที่มีมากไม่เท่าหินชนิดอื่น ๆ และเราสามารถใช้เครื่องมือแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ ได้โดยง่าย ดังนั้น หินชนิดนี้จึงถูกเรียกชื่อว่า หินอ่อน นั่นเอง อ่านมาจนถึงตอนนี้แล้ว รู้จักหินอ่อนมากขึ้นหรือยัง อ้างอิง แร่:กรมทรัพยากรธรณี FacebookFacebookXTwitterLINELine
พิราบ สุดยอดนกนำทางพันธุ์อึด
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “พิราบสื่อสาร” เนื่องจากในสมัยโบราณ เราใช้นกพิราบในการนำส่งสารหรือข้อความไปยังที่ห่างไกล ปัจจุบัน นกพิราบได้กลายมาเป็นเกมการแข่งขันในหลายประเทศทั่วโลก โดยการปล่อยนกพิราบที่ได้รับการฝึกมาแล้ว ให้บินออกไปในระยะไกล เพื่อแข่งขันระยะเวลาในการเดินทาง ว่าแต่…ทำไมนกพิราบจึงจดจำเส้นทางได้นับ 1,000 กิโลเมตร นกพิราบมีตาอยู่ด้านข้าง จึงมองเห็นได้เป็นมุมกว้างถึง 340 องศา มันสามารถได้ยินเสียงแม้ว่าเสียงนั้นมีความถี่เพียง 0.1 Hz อีกทั้งการรับรู้กลิ่นยังช่วยให้มันหาทางกลับบ้านได้ด้วย และจากการค้นคว้าในปี พ.ศ. 2524 เราจึงได้รู้ว่า นกพิราบมีแม่เหล็กในตัว (Magnetite) ซึ่งมันสามารถสัมผัสถึงสนามแม่เหล็กโลกได้ นกพิราบมีเหล็กออกไซด์ในเซลล์ประสาทบริเวณจะงอยปาก ซึ่งสนองตอบต่อสนามแม่เหล็กได้ มันจึงรับรู้พลังแม่เหล็กได้เหมือนเข็มทิศ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส นกพิราบจะใช้แสงอาทิตย์นำทาง หากท้องฟ้ามืดครึ้มหรือเวลากลางคืน พวกมันจะใช้สนามแม่เหล็กของโลกนำทาง ด้วยประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมของนกพิราบ รวมกับความสามารถในการหาทิศทางของพวกมัน ทำให้นกพิราบสามารถจดจำเส้นทางการบินได้ทั้งไปและกลับ อีกทั้งพวกมันยังสามารถบินได้ในระยะไกล สมกับเป็นนกนำทางพันธุ์อึด อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
Rhizopus เชื้อราขนมปัง
เชื้อรา หรือรา (Mold) เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่หลายคนคงพอรู้จักมาแล้วบ้าง เนื่องจากมักทำให้ พืชผักและอาหารต่าง ๆ เน่าเสีย ถูกจัดอยู่ในอาณาจักรฟังไจ (Kingdom Fungi) กลุ่มเดียวกับเห็ด มีโครงสร้างเป็นเส้นใย (hyphae) คล้ายรากพืช ในเชิงนิเวศวิทยาเชื้อรามีบทบาทเป็นผู้ย่อยสลาย เมื่อซากพืช ซากสัตว์ตายลงมันจะทำหน้าที่กำจัดซากเน่าเหล่านั้น Rhizopus เป็นหนึ่งในสกุลเชื้อราแบบเส้นใยไม่มีผนังกั้น โดยจะมีลักษณะสำคัญ คือ สีจะเปลี่ยน ไปได้ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและในแต่ละช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไปของมัน นอกจากนี้มันยังสามารถ สร้างสปอร์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ โดยสปอร์แบบไม่อาศัยเพศเรียกว่า สปอแรงจิโอสปอร์ (sporangiospores) ซึ่งเกิดจากปลายเส้นใยพองออกเป็นกระเปาะคล้ายหัวเข็มหมุดมีผนังหนา จากนั้นจะเจริญเป็นอับสปอร์ (sporangium) และมีก้านชูอับสปอร์ (sporangiophore) ส่วนสปอร์แบบอาศัยเพศ เรียกว่า zygospore เคยสังเกตขนมปังที่เราซื้อมารับประทานกันไหม หากหมดอายุหรือเก็บไว้นานจะพบจุดสีดำ บนแผ่นขนมปังและมีเส้นใยสีขาวฟูรอบ ๆ นั่นแหละเรียกว่า “เชื้อรา” เชื้อราที่พบในขนมปังส่วนใหญ่ คือ Rhizopus stolonifer หรือที่รู้จักในชื่อ ราขนมปัง (bread mold) มันมีโครงสร้างเส้นใยที่เรียกว่า สโตลอน (stolon) มีคุณสมบัติในการขยายโคโลนี […]

