ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ชาชัก ชักแล้วอร่อยขึ้นจริงไหม
Teh Tarik หรือ ‘เตฮ์ ตาเระ’ เป็นภาษามลายู หมายถึง “ชาชัก” ในภาษาไทย เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากผู้อพยพเชื้อสายอินเดียในมาเลเซีย ซึ่งชงชาโดยการ “ชัก” หรือเทไปมาระหว่างภาชนะจนเกิดฟอง นับเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับความนิยมและกลายเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าประเทศใดเป็นต้นกำเนิดที่แท้จริง ปัจจุบัน ชาชักแพร่หลายในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และภาคใต้ของไทย ทำไมต้องชักชา? ชักแล้วอร่อยขึ้นจริงไหม? การชักชานั้นไม่ใช่แค่ลีลาการชง แต่ยังช่วยเสริมรสชาติและเนื้อสัมผัสให้ดียิ่งขึ้น 1. เพิ่มความเข้มข้นของรสชาติ การชักทำให้ชาและนมผสมกันได้ดีขึ้น ส่งผลให้รสชาติเข้มข้นและกลมกล่อมกว่าการคนแบบปกติ 2. สร้างฟองเนียนนุ่ม ฟองที่เกิดจากการชักช่วยให้ชามีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน เวลาดื่มจะสัมผัสถึงความหอมมันของนมมากขึ้น 3. ลดอุณหภูมิของชา การเทไปมาระหว่างภาชนะช่วยให้ชาร้อนเย็นลงอย่างรวดเร็ว สามารถดื่มได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน ไม่เพียงแค่รสชาติที่ดีขึ้น แต่ยังมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อนมได้รับความร้อนจากชา โปรตีนในนมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยโปรตีนที่ไม่ชอบน้ำจะจับกับอากาศ ส่วนที่ชอบน้ำจะจับกับของเหลว ก่อให้เกิดฟองเนียนนุ่มบนผิวชาชัก โปรตีนหลักที่มีบทบาทสำคัญคือ เคซีน (80%) และเวย์ ซึ่งเคซีนสามารถคลายตัวได้ง่ายเมื่อได้รับแรงตีหรือความร้อน การชักชาทำให้ส่วนผสมของนม น้ำชา และน้ำตาลเข้ากันดี พร้อมเติมอากาศลงไป ทำให้เครื่องดื่มนี้มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ จากเหตุผลทั้งหมด การชักชาช่วยเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสของเครื่องดื่มนี้ให้ดียิ่งขึ้น […]
มีหัวใจแต่ใช้ได้ไม่เท่ากัน
สัตว์ที่มีหัวใจหนึ่งดวงเท่ากัน แต่ไม่ได้แปลว่าจะมีหัวใจ 4 ห้องเหมือนกับคนเราหรอกนะ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดก็มีระบบหมุนเวียนเลือดที่แตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้ สัตว์จำพวกปลา มีหัวใจ 2 ห้อง ห้องบน (Atrium) ทำหน้าที่นำเลือดเข้าสู่หัวใจห้องล่าง (Ventricle) ส่วนหัวใจห้องล่าง ทำหน้าที่ปั๊มเลือดออกจากหัวใจ โดยเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำจะเข้าทางห้องบนและไหลต่อไปยังห้องล่าง จากนั้นจะถูกสูบฉีดต่อไปยังเหงือก ภายในเหงือกจะมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อมในที่นี้คือน้ำ หลังจากนั้นออกซิเจนจะถูกนำเข้าสู่ร่างกายและคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกนำออกจากร่างกาย ทำให้เลือดมีปริมาณออกซิเจนสูงขึ้นและจะถูกส่งต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อร่างกายนำออกซิเจนจากเลือดไปใช้แล้ว เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำจะถูกส่งกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนอีกครั้ง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มีหัวใจ 3 ห้อง มีห้องบน 2 ห้อง ได้แก่ ห้องบนขวา (right atrium) และห้องบนซ้าย (left atrium) ส่วนห้องล่าง (Ventricle) มี 1 ห้อง โดยจะเริ่มจากห้องบนขวารับเลือดที่มีออกซิเจนต่ำมาจากร่างกายส่งไปที่หัวใจห้องล่าง แล้วส่งต่อไปยังปอดและผิวหนังที่มีเส้นเลือดฝอยจำนวนมากเพื่อแลกเปลี่ยนแก๊ส เมื่อปอดและผิวหนังทำการแลกเปลี่ยนแก๊สเสร็จแล้ว จะได้เลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงขึ้น และเลือดจะถูกส่งกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้าย หลังจากนั้นจะถูกส่งต่อไปยังห้องล่างอีกครั้งเพื่อส่งเลือดที่มีออกซิเจนสูงออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกาย แต่เนื่องจากหัวใจห้องล่างมีเพียงห้องเดียว จึงทำให้เลือดที่มีออกซิเจนสูงและเลือดที่มีออกซิเจนต่ำปะปนกันได้ สัตว์เลื้อยคลาน มีหัวใจ 3 ห้อง […]
ฮันนี่แบดเจอร์ ท้าชนทุกเผ่าพันธุ์
หากใครที่ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์โลก เราจะพบสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งที่มันไร้ซึ่งความกลัวใด ๆ พร้อมท้าชนกับสัตว์ทุกสายพันธุ์ ประมาณว่าต่อให้มันโดนล้อมด้วยสิงโต 4 ตัว มันก็สู้ยิบตา ไม่กลัวถูกกินอีกต่างหาก สัตว์ชนิดนี้ คือ ฮันนี่แบดเจอร์ (honey badger, Ratel) (ชื่อวิทยาศาสตร์: Mellivora capensis) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับสัตว์กินเนื้อ จัดอยู่ในวงศ์เพียงพอน (Mustelidae) ชนิดหนึ่ง (ไม่ได้เขียนผิด ไม่ใช่วงศ์พังพอน) รูปร่างเล็กราวหมาน้อยธรรมดา แต่ดันเป็นสัตว์ที่ไม่กลัวเกรงสิ่งมีชีวิตอื่นแม้แต่น้อย พร้อมบวกกับสายพันธุ์อื่นได้ทุกสถาบัน อย่างที่เห็นภาพและในคลิปวิดีโอหลายแห่ง เจ้าฮันนี่แบดเจอร์ต่อสู้กับสิงโตหลายตัวแบบไม่กลัวอะไรเลย ซึ่งตามปกติแล้วสัตว์อื่นต่างกลัวสิงโตกันทั้งสิ้น ไม่เพียงแค่นั้นฮันนี่แบดเจอร์ยังไม่กลัวพิษร้าย ในชื่อก็บอกแล้วว่าฮันนี่ คือ มันชอบกินน้ำผึ้งอย่างมาก เวลาไปเอาน้ำผึ้งโดนผึ้งต่อยแค่ไหนก็ไม่ระคายผิว กินได้อย่างสบาย หรือว่าจะเป็นพิษจากงูเห่า เพราะบางครั้งฮันนี่แบดเจอร์ก็กินงูเห่า และถึงโดนกัดแล้วจะมีอาการจนนอนฟุบไปบ้าง แต่สักพักก็ลุกขึ้นมากินงูเห่าที่เพิ่งจัดการต่อจนอิ่ม แล้วเดินออกไปแบบปกติเหมือนไม่ได้โดนพิษอะไร เหตุที่ฮันนี่แบดเจอร์ไม่กลัวอะไรเลย เป็นเพราะร่างกายของมันมีลักษณะพิเศษ ผิวหนังของฮันนี่แบดเจอร์มีความหนามาก ๆ หนาในระดับที่ว่าเขี้ยวเล็บของสัตว์อื่นแทงไม่เข้า จะบอกว่าต่อให้โดนหอกของมนุษย์แทงก็น่าจะไม่เข้าอีกด้วย แล้วพอผิวหนังหนาแบบนี้ มันเลยลุย ๆ แบบไม่กลัวอะไร โดนผึ้งต่อยก็เฉย ๆ แค่คัน ๆ […]
นาฬิกาแดดที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
นาฬิกาแดดแบบอิเควเตอเรียล (Equatorial Sundial) ที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ วางที่ตำแหน่ง ละติจูด 13 องศา 42 ลิปดา 19 ฟิลิปดา เหนือ ลองจิจูด 100 องศา 34 ลิปดา 3 ฟิลิปดา ตะวันออก หลายคนอาจมีความสงสัยหรือมีคำถามในใจว่าจะใช้บอกเวลาเราได้จริงหรือไม่ ตอนนี้เรามาลองอ่านค่าของเวลาที่นาฬิกาแดดนี้ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเองว่านาฬิกาแดดนี้จะใช้บอกเวลาได้หรือไม่ สำหรับวิธีการอ่านค่าของนาฬิกาแดดแบบอิเควเตอเรียล ก่อนอื่นให้เราดูเงาที่พาดผ่านบนนาฬิกาแดด จากภาพ นาฬิกาแดดบอกเวลา 13 นาฬิกา 20 นาที เป็นค่าเวลาที่คลาดเคลื่อนไปจากเวลาจริง ตัวอย่างการอ่านค่าจากนาฬิกาแดดนี้ เป็นค่าที่อ่านในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เมื่อดูที่กราฟสมการเวลาแล้ว พบว่าต้องบวกเวลาเพิ่มไปอีก 13 นาที โดยประมาณ เมื่อเรานำค่าเวลาที่อ่านได้ในตอนแรกมารวมกันกับเวลาที่ต้องบวกเพิ่มเข้าไป จะทำให้ได้ค่าเวลาใกล้เคียงกับเวลาจริง และแล้วผลการพิสูจน์ก็บ่งบอกได้ว่านาฬิกาแดดแบบอิเควเตอเรียลที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพสามารถบอกค่าเวลาได้ใกล้เคียงกับเวลาจริง แต่ในตอนนี้อาจมีคำถามเกิดขึ้นมาในใจได้ว่า กราฟของสมการเวลา คืออะไร ทำไมจึงทำให้ได้ค่าเวลาตรงกันกับนาฬิกาบนข้อมือหรือเวลาจริง จากการที่นาฬิกาแดดใช้ดวงอาทิตย์จริง (True Sun) เป็นตัวกำหนดเวลา ซึ่งเราเห็นค่าเวลานั้นจากเงาที่พาดอยู่บนวงโค้งที่มีตัวเลขบอกเวลาดังภาพ 2 […]

