
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
สำหรับการแสดงภาพยนตร์เต็มโดม ในเดือนพฤศจิกายน 2561 จัดแสดง

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
สำหรับการแสดงภาพยนตร์เต็มโดม ในเดือนพฤศจิกายน 2561 จัดแสดง
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
มารู้จักชีสกันเถอะ ชีสทำมาจากอะไร? ชีส (Cheese) หรือเนยแข็ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม โดยใช้น้ำนมที่ผ่านกระบวนการพลาสเจอร์ไรส์หรือน้ำนมดิบ แล้วใส่เชื้อแบคทีเรียแลคติกพร้อมกับเติมเอนไซม์เรนนิน เพื่อให้โปรตีนตกตะกอนจับกันเป็นลิ่มสีขาว (Curd) หลังจากนั้นนำมาอัดรวมกันเป็นก้อนและนำไปบ่มเพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ นอกจากนี้ชีสยังมีวิธีการผลิตที่ซับซ้อนแตกต่างกันออกไป โดยชีสบางชนิดมีการใส่วัตถุดิบแปลกๆ ลงไปด้วย นั่นคือ เชื้อรา (mold) อย่างเช่นในบลูชีส แล้วทำไมราที่อยู่บนบลูชีสถึงกินได้ ? วันนี้ลองมารู้จักบลูชีสกันเถอะ บลูชีส (Blue cheese) คืออะไร? บลูชีสเกิดจากการใส่สปอร์ของราเพนิซิลเลียม (Penicillium) โดยใช้เพนิซิลเลียม ร็อคฟอร์ติ (Penicillium roqueforti) หรือเพนิซิลเลียม กลูคัม (Penicillium glaucum) ซึ่งเป็นเชื้อราที่เป็นประโยชน์ลงไปในระหว่างกระบวนการผลิต เชื้อราจะเจริญเติบโตจนได้ชีสที่เราเห็นเป็นจุดสีฟ้าปนเขียวอยู่เต็มทั้งก้อน จึงทำให้กลายเป็นชื่อเรียกของชีสชนิดนี้นั่นเอง ทางด้าน รสชาติ กลิ่น สี ลักษณะเนื้อสัมผัส (texture) ที่แตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเก็บรักษา ชนิดของน้ำนมและกรรมวิธีการผลิตของแต่ละท้องถิ่น ชีสชนิดนี้มีการผลิตในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก จึงมีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น ในประเทศฝรั่งเศส เรียกว่า ร็อคฟอร์ต (Roquefort) ประเทศอังกฤษเรียกว่า สติลตัน (Stilton) และในอิตาลี เรียกว่า กอร์กอนโซล่า (Gorgonzola) […]
เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยสังกัดศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จัดกิจกรรมเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากสื่อนิทรรศการโดยทำบทปฏิบัติการประกอบการเล่นเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี ให้บริการสื่อนิทรรศการภายในอาคาร จำนวน 10 ฐานและสื่อนิทรรศภายนอกอาคาร จำนวน 13 ฐาน นิทรรศการภายในอาคาร ผึ้งกับเสือ, การผจญภัยของหยดน้ำ, ชีวิตในน้ำ, ต้นไม้ ใบหญ้า พืช ผัก ผลไม้, กินให้ฉลาดและโตเร็ว, รู้จักตนเองและเพื่อน, จักรวาลและอวกาศ, สุขสบายคลายเหนื่อย, มุมรักการอ่าน, ฝากอะไรไว้ให้โลก นิทรรศการภายนอกอาคาร ผึ้งกับเสือ, เครื่องเล่นสนาม, เรียนรู้แรงดันน้ำ, เรียนรู้เรื่องสูตรคูณ, วาดฝันกับเม็ดทราย, เรียนรู้การทรงตัว, บ้านต้นไม้, เรียนรู้เลขคู่และคี่, เรียนรู้รูปทรงเรขาคณิต, ฐานสะกดรอย, เรียนรู้เรื่องมุม, เรียนรู้เรื่องจำนวน, เรียนรู้การขนส่งทางน้ำ, ลานนวดเท้า FacebookFacebookXTwitterLINELine
จากข่าวการติดเชื้อโควิด-19 หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการนำผู้ติดเชื้อต้องแยกให้อยู่ในห้องแรงดันลบ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ามันคือห้องอะไร แล้วมันแตกต่างจากห้องปกติอย่างไร ห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Rooms) เป็นห้องกักกันเชื้อที่มีระบบระบายอากาศแยกจากส่วนอื่นๆ มีแรงดันอากาศภายในห้องน้อยกว่าภายนอกห้อง มีการควบคุมการไหลของอากาศไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายทำให้อากาศจากภายในห้องไม่ไหลออกมาสู่ภายนอก ระบบภายในห้องที่ใช้ดูดอากาศสู่ภายนอกก็ยังสามารถบำบัดอากาศด้วย HEPA Filter และฆ่าเชื้อโรคด้วย UVC และ Ozone ก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะได้อีกด้วย โดยห้องแรงดันลบนี้ไม่ได้มีไว้แค่ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 เท่านั้น แต่ยังสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่น ๆ ได้อีกด้วย อาทิ โรคไข้หวัดใหญ่ โรควัณโรค เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ก็ยังเป็นโรคติดต่อที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเป็นรูปแบบใหม่ของห้องฉุกเฉินในยุค new normal ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่มาใช้บริการได้เป็นอย่างดี อ้างอิง การระบายอากาศของห้องคนไข้แบบแยกเดี่ยว What are Negative Pressure Rooms? FacebookFacebookXTwitterLINELine
กลิ่นหอมอบอวลที่ลอยมาในอากาศทุกครั้งที่สัมผัสกับความร้อน กลิ่นที่หลายคนโปรดปรานชวนให้รู้สึกผ่อนคลายกลิ่นนั้นเป็นของเจ้าเมล็ดสีดำนามว่า “กาแฟ” กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดกาแฟคั่วหรือเรียกว่า ผลเชอร์รี่ ซึ่งเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งมีสายพันธุ์หลัก ๆ ที่นิยมปลูกคืออาราบิก้าและโรบัสต้า นอกจากกลิ่นที่ชวนหลงใหล รสชาติที่กลมกล่อมก็ชวนให้หลายคนตกหลุมรักได้ แล้วเราเคยสงสัยกันไหมทำไมบางครั้งกาแฟที่รับประทานจึงมีรสชาติเปรี้ยวออกมาด้วย กาแฟแต่ละประเภทจะมีเอกลักษณ์ของรสชาติทั้งความหวาน เปรี้ยว ขม ฝาด และกลิ่นผลไม้ เฉพาะที่แตกต่างกัน นั่นอาจเป็นเพราะพื้นที่ปลูกและภูมิอากาศที่มีความแตกต่างกัน โดยหนึ่งในรสชาติที่มักจะพบในกาแฟ ที่ทำให้ผู้ดื่มกาแฟบางคนชอบและบางคนไม่ชอบ เพราะเข้าใจผิดคิดว่ากาแฟเสีย นั้นคือ ความเปรี้ยว (acidity) ที่อยู่ในเมล็ดกาแฟ รสชาติเปรี้ยวที่เรารับรู้ได้จากการรับประทานกาแฟส่วนหนึ่งมาจากผลเชอร์รี่ของกาแฟ เมื่อสุกเต็มที่จะสร้างรสชาติและความหอมของสายพันธุ์นั้น ๆ ซึ่งเมล็ดกาแฟจะมีกรดธรรมชาติที่พบได้ในผลไม้ เช่น กรดมาลิก ซึ่งเป็นกรดชนิดเดียวกับที่พบในแอปเปิ้ลเขียว ทำให้กาแฟที่ชงออกมามีรสชาติเปรี้ยวนุ่มคล้ายแอปเปิ้ลเขียว กรดซิตริก ให้รสเปรี้ยวคล้ายเลม่อนและเนคทารีน (ผลไม้ที่หน้าตาคล้ายพีช) กรดอะซิติก ให้รสเปรี้ยวคล้ายน้ำส้มสายชู กรดควินิก ที่ให้รสขม ฝาดและเปรี้ยวโดด นอกจากความเปรี้ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากแหล่งปลูก ความสูงของพื้นที่ปลูก สภาพภูมิอากาศ ชนิดและสายพันธุ์กาแฟ รวมทั้งวิธีการแปรรูปและกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟก็มีผลเช่นกัน สำหรับระดับความเปรี้ยวของกาแฟสามารถควบคุมได้จากการคั่ว โดยเรียงลำดับจากรสเปรี้ยวมากไปน้อยได้แก่ คั่วอ่อน คั่วกลาง และคั่วเข้ม คั่วอ่อน ใช้อุณหภูมิความร้อน 350 […]
