ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการ “การแข่งขันหุ่นยนต์ (STEM Education Robot Competition) รอบคัดเลือก ประจำปี พ.ศ. 2569”
เปิดเวทีประชันไอเดียและทักษะด้านหุ่นยนต์! ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ขอเชิญนักเรียนนักศึกษา สกร. และครูที่ปรึกษา เข้าร่วมโครงการ “การแข่งขันหุ่นยนต์ (STEM Education Robot Competition) รอบคัดเลือก ประจำปี พ.ศ. 2569” ประเภทการแข่งขัน กำหนดการ ร่วมแสดงศักยภาพด้าน STEM ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านการแข่งขันหุ่นยนต์ พร้อมโอกาสก้าวสู่เวทีระดับประเทศ รายละเอียดโครงการและกำหนดการ ดูได้จากเอกสารแนบ FacebookFacebookXTwitterLINELine
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
บานชื่น: สีสันไม้ดอก เสน่ห์ของบ้านและสวน
ดอกบานชื่น ดอกไม้สีสันสดใส สะดุดตา นิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเรือน ในกระถาง ริมรั้วหรือตามทางเท้าเพื่อความสวยงาม มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและในแถบอเมริกากลาง เป็นไม้ดอกล้มลุกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zinnia violacea Cav. และมีชื่อสามัญว่า Zinnia (ดอกซินเนีย) ปัจจุบันบานชื่นได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้มีหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งดอกเล็กและดอกใหญ่หลากหลายสี เช่น สีแดง ชมพู ส้ม เหลือง ขาว ม่วง และอื่น ๆ แต่ไม่มีกลิ่นหอม ลักษณะลำต้นสูงประมาณ 20 – 120 ซม. ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ลำต้นและใบมีขน ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรี ดอกเป็นช่อกระจุก มีแบบชั้นเดียวและแบบดอกซ้อนทับกันหลายชั้น กลีบดอกวงนอกมีสีต่าง ๆ ส่วนกลีบดอกวงในเป็นรูปหลอดสีเหลือง เกสรตัวผู้และตัวเมียมีขนาดเล็ก ดอกบานชื่นที่เป็นสายพันธุ์เก่า ลักษณะของดอกจะบานไม่พร้อมกัน ทำให้ต้นเดียวมีทั้งดอกใหม่และดอกโรย จึงมีชื่อเรียกว่า “Youth-and-old-age” บานชื่นเป็นไม้ดอกที่เจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้งรับแสงแดดโดยตรงได้ตลอดทั้งวัน สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล แต่ถ้าปลูกในช่วงอากาศเย็นและอุณหภูมิต่ำจะทำให้ได้ต้นไม้ที่มีคุณภาพดี ดอกใหญ่ สีเข้มกว่าในช่วงฤดูอื่น ๆ เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด แม้ต้นบานชื่นจะปลูกง่าย แต่มีข้อจำกัดคือเป็นไม้ที่มีอายุสั้น จึงต้องหมั่นเก็บเมล็ดไว้เพาะพันธุ์เสมอ […]
สิ่งมีชีวิตในทะเลทราย
โลกของเรามีพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยทะเลทรายมากกว่า 1 ใน 5 ของพื้นโลก ทะเลทราย คือ พื้นที่ที่เป็นทรายกว้างใหญ่ มีอากาศร้อน แห้งแล้ง และมีฝนตกน้อยมาก โดยมีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่า 250 มิลลิเมตรต่อปี สิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ในทะเลทราย คือ สายพันธุ์ที่ทนต่อความแห้งแล้งเท่านั้น สิ่งมีชีวิตในทะเลทรายมีการปรับเปลี่ยนการดำรงชีวิตให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศเพื่อความอยู่รอด สัตว์ในทะเลทรายส่วนใหญ่จะออกหากินในเวลากลางคืนและปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เช่น เต่าทะเลทรายจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน หรือ อูฐ ที่อยู่ในทะเลทรายได้โดยไม่ต้องกินอาหารหรือน้ำนานถึง 2 สัปดาห์ เพราะสะสมไขมันไว้ในหนอก และร่างกายเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี หรือ หมาจิ้งจอกทะเลทราย ที่มีขนอุ้งเท้าหนาสำหรับใช้เดินบนพื้นทรายที่ร้อนระอุ ขนสีน้ำตาลของมันเหมือนสีของทรายช่วยพรางตัวจากศัตรู และยังทำหน้าที่สะท้อนความร้อนจากแสงแดด ไม่มีพืชชนิดใดอยู่รอดได้ถ้าขาดน้ำ พืชจึงต้องดิ้นรนเพื่อให้มีน้ำเก็บสะสมอยู่มากพอกับความต้องการ พืชทะเลทรายเกือบทุกชนิดเก็บสะสมน้ำไว้ในลำต้นและใบ พวกมันจึงมีรูปร่างพิเศษกว่าต้นไม้ทั่วไป เช่น กระบองเพชร มีลำต้นอวบใหญ่เพื่อเก็บน้ำไว้ในลำต้น มันปรับเปลี่ยนใบให้เป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำ และมีรากยาวชอนไชลงสู่ชั้นใต้ดินเพื่อหาแหล่งน้ำ หรือ ต้นครีโอโสต (creosote) ที่ใบของมันจะเหี่ยวแห้งคาต้นในฤดูแล้ง ทำให้ดูเหมือนต้นไม้ที่ตายแล้ว แต่ในหน้าฝนมันจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาสดชื่นใหม่อีกครั้ง แม้ทะเลทรายจะมีสภาพโหดร้ายสักเพียงใด ธรรมชาติก็ยังสร้างสิ่งมีชีวิตสุดพิเศษที่มีความสามารถในการปรับตัวด้านรูปร่างลักษณะ การปรับตัวด้านสรีระ และการปรับตัวด้านพฤติกรรม เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่รอดได้ท่ามกลางความร้อนจัดและแห้งแล้งนั้น อ้างอิง มารู้จักทะเลทราย […]
ทำไมต้องใช้หินแกรนิต
เคยสังเกตแผ่นหินขนาดใหญ่ที่นำมาสลักเป็นป้ายชื่อประดับหน้าอาคาร แผ่นหินปูพื้น/ ผนัง หรือปูโต๊ะในห้องครัว หรือแม้กระทั่งหินแกะสลักเป็นรูปทรงต่าง ๆ ที่มักพบประดับตามสวนสาธารณะ ทราบหรือไม่ว่านั่นคือ หินแกรนิต หินแกรนิต (granite) คือ หินอัคนีชนิดหนึ่ง เกิดจากแมกมาเย็นตัวลงอย่างช้า ๆ จึงทำให้แร่ที่เป็นส่วนประกอบในแมกมา มีเวลาจับตัวกันเป็นผลึกขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หินแกรนิต ประกอบด้วยแร่หลัก 3 ชนิด นั่นคือแร่ควอตซ์ (quartz) แร่เฟลด์สปาร์ (feldspar) และแร่สีเข้มที่มีประกอบเป็นส่วนน้อย เช่น แร่ฮอร์นเบลนด์ (hornblend) แร่ไพรอกซีน (pyroxene) เป็นต้น หินแกรนิตในธรรมชาติมักมีสีอ่อน ส่วนจะมีสีใดนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณและแร่ธาตุที่เข้าไปปะปนอยู่ในหิน เช่น แร่ควอตซ์ทำให้หินแกรนิตเป็นสีขาวหรือเทา แร่เฟลด์สปาร์ทำให้หินมีสีแดงหรือสีชมพู ส่วนแร่สีเข้มทำให้หินแกรนิตมีสีเข้มของสีเขียว สีน้ำตาลหรือสีดำ ของแร่แต่ละชนิดปะปน ทำให้เกิดลวดลายตามธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การนำแกรนิตไปใช้ประโยชน์ ด้วยคุณสมบัติของแร่ประกอบหินแกรนิตแต่ละชนิด มีความทนทานต่อการผุกร่อนตามธรรมชาติหรือการขูดขีด เนื่องจาก แร่ควอตซ์ (quartz) มีความแข็งระดับ 7 ตามโมห์สเกล แร่เฟลด์สปาร์ (feldspar) มีความแข็งระดับ 6 ตามโมห์สเกล […]

