
วันสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่

วันสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่
โลกของเรามีสิ่งต่าง ๆ มากมาย เราแยกออกเป็นสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งลักษณะสำคัญประการหนึ่งของสิ่งมีชีวิต คือ สามารถเคลื่อนที่ได้ การเคลื่อนที่ หมายถึง การเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การขยับขาก้าวเดินจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง อาจเคลื่อนไหวโดยการวิ่ง คลาน หรือกระโดด สิ่งมีชีวิตล้วนมีการเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อการดำรงชีวิต เช่น การค้นหาแหล่งอาหาร การย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย การหลบหลีกศัตรู การค้นหาแหล่งสืบพันธุ์ การเคลื่อนไหวของมนุษย์และสัตว์ เกิดจากการทำงานอย่างสัมพันธ์กันของระบบข้อต่อ กล้ามเนื้อ และระบบประสาทในร่างกาย รูปร่างลักษณะที่แตกต่างกัน มีผลทำให้มีรูปแบบการเคลื่อนที่มีความแตกต่างกันไปด้วย การเคลื่อนที่โดยใช้ขาในการเดิน วิ่ง กระโดด เช่น มนุษย์ แมว สุนัข ม้า เป็นต้น การเคลื่อนที่โดยใช้ปีกในการบิน เช่น นก ค้างคาว และแมลงต่าง ๆ การเคลื่อนที่โดยใช้กล้ามเนื้อในการเลื้อยหรือคลาน เช่น ไส้เดือน งู หอยทาก เป็นต้น การเคลื่อนที่โดยใช้ครีบและหางในการว่ายน้ำ เช่น พวกปลาต่าง ๆ การเคลื่อนไหวของพืช เกิดจากการเจริญเติบโต […]
ปี 2568 วงแหวนดาวเสาร์ขอหลบไปพักสักสองสามวัน!!! ดาวเสาร์ (Saturn) หรือราชาแห่งวงแหวน เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในระบบสุริยะ มีเส้นผ่านศูนย์กลางตามแนวศูนย์สูตรประมาณ 120,000 กิโลเมตร และมีขนาดใหญ่กว่าโลกประมาณ 9 เท่า วงแหวนดาวเสาร์มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 300,000 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าขนาดของดาวเสาร์มาก แต่มีความหนาโดยเฉลี่ยเพียง 100 เมตรเท่านั้น และทุกครั้งที่เรามองเห็นวงแหวนดาวเสาร์ผ่านกล้องดูดาว เป็นเพราะระนาบของวงแหวนเอียงทำมุมกับแนวสายตา เราจึงมองเห็นดาวเสาร์แบบ “มีวงแหวน” แต่ในการโคจรรอบดวงอาทิตย์บางช่วง วงแหวนดาวเสาร์หันด้านข้างที่บางเฉียบเข้าหาโลก ทำให้คนบนโลกมองเห็นดาวเสาร์เหมือน “ไร้วงแหวน” เหตุการณ์ดาวเสาร์ไร้วงแหวนชั่วคราวนี้ กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม 2568 โดยเกิดต่อเนื่องประมาณสองสามวัน และจะเกิดขึ้นทุก ๆ 13 ถึง 15 ปี ก่อนที่วงแหวนดาวเสาร์จะหายไปตลอดกาลในอีก 100-300 ล้านปีข้างหน้า อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
เลือดเปรียบเสมือนระบบขนส่งของร่างกาย มีหน้าที่สำคัญคือ นำออกซิเจนที่เราได้จากการหายใจ สารอาหารที่เรารับประทานเข้าไป รวมทั้งสารอื่น ๆ ไปยังเซลล์และอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ส่วนของเสียจากร่างกาย เลือดก็มีหน้าที่นำของเสียเหล่านี้ไปยังอวัยวะที่ใช้ในการขับถ่าย เพื่อกำจัดออกจากร่างกายอีกด้วย เรามาเจาะลึกลงไปดูกันว่า ในเลือดมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เลือดที่เราเห็นสีแดงเข้มนี้ ถ้าเราลองนำไปปั่นเหวี่ยงแยกชั้นตามความหนาแน่นของสาร เราจะเห็นเลือดมีการแยกชั้นแบ่งออกเป็น 3 ชั้น โดยชั้นบนสุดเป็นของเหลว เรียกว่า น้ำเลือดหรือพลาสมา (Plasma) พบประมาณ 55% ประกอบด้วยสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว (Fibrinogen), แอนติบอดี (Antibody), เอนไซม์, ฮอร์โมน เป็นต้น ชั้นถัดมาอยู่ตรงกลางมีสีขาวเป็นส่วนของเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดขาว มีปริมาณไม่ถึง 1% ส่วนชั้นล่างสุดมีสีแดง เป็นส่วนของเม็ดเลือดแดง มีประมาณ 45% เมื่อเรานำเลือดมาส่องดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์ จะเห็นส่วนประกอบของเซลล์หลัก ๆ 3 ชนิด คือ 1. เซลล์เม็ดเลือดแดง (Red blood cells หรือ RCB) เป็นเซลล์ที่พบได้มากที่สุดในน้ำเลือด พัฒนามาจากสเต็มเซลล์ในไขกระดูก มีขนาดประมาณ 6 ไมโครเมตร […]
เคยสงสัยกันหรือไม่ว่ากัญชงกับกัญชา แท้จริงแล้วเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร มองผ่าน ๆ ทำไมหน้าตาถึงได้คล้ายกันจนแยกไม่ออกแล้วตามความคิดของคุณ คุณคิดว่าพืชทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นยาเสพติดหรือพืชสมุนไพรไปไขความกระจ่างกับบทความนี้กันเลย 1. พืชตระกูลเดียวกัน แต่คนละสายพันธุ์ กัญชา (Marijuana) และกัญชง (Hemp) พืชทั้งสองชนิดเป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกำเนิดเดียวกันในวงศ์Cannabaceae ที่อยู่ในตระกูล Cannabis เหมือนกัน ต่างกันที่สายพันธุ์ย่อยจึงทำให้กัญชงและกัญชามีลักษณะที่คล้ายกัน โดยจะแตกต่างกันในด้านลักษณะทางกายภาพ และปริมาณสารสำคัญ 2. กัญชงและกัญชา เป็นหรือไม่เป็นสารเสพติด ? กัญชงถูกจัดให้เป็นพืชที่อยู่ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เนื่องจากกัญชงเป็นพืชสายพันธุ์ย่อยของกัญชาที่มีสารเสพติดออกฤทธิ์สำคัญที่ชื่อว่า THC (Tetrahydrocannabinol) แต่ในปัจจุบันกัญชาและกัญชงถูกปลดล็อคจากกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ออกประกาศกฎกระทรวงเรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 ให้บางส่วนของต้นกัญชงบางส่วนของต้นกัญชา สารสกัดที่มี CBD (Cannabidiol) เป็นส่วนประกอบและต้องมีสาร THC ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก ไม่จัดว่าเป็นยาเสพติด ยกเว้นช่อดอกกัญชง ช่อดอกกัญชา และเมล็ดกัญชาที่ยังคงจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 อยู่ 3. […]
คุณเชื่อหรือไม่ว่า ในบรรดาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมด “ไวน์” นี่แหละถือว่าเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของคนทั่วโลกเลย เนื่องจากไวน์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เก่าแก่ที่สุด ดื่มกันมาตั้งแต่พันปีก่อน อีกทั้งยังมีหลากหลายแบบ หลากหลายรสชาติที่แตกต่างกันไปตามแหล่งผลิต ระยะเวลาการบ่ม สายพันธุ์ขององุ่น รวมไปถึงชนิดของไวน์ที่แตกต่างกันให้ไดัลิ้มลอง ที่สําคัญยังช่วยเพิ่มอรรถรสและบรรยากาศในมื้ออาหารให้ดีขึ้นอีกด้วย แต่คนส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็จะนึกออกแต่โทษของมัน ซึ่งจริง ๆ แล้วจากผลงานวิจัยพบว่าถ้าเราดื่มแต่พอดีในปริมาณที่เหมาะสมมันมีประโยชน์ต่อร่างกายเราอย่างมหาศาลเลยนะ ไวน์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านกระบวนการหมักผลไม้ชนิดต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้องุ่นมาหมักกับยีสต์ แล้วยีสต์ทําการเปลี่ยนน้ําตาลที่อยู่ในน้ําองุ่นเป็นแอลกอฮอล์ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยไวน์จะมีแอลกอฮอล์อยู่ประมาณ 9-15% และด้วยความที่ใช้วัตถุดิบหลักเป็นองุ่น ซึ่งมีสรรพคุณ และสารที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรสเวอราทรอล (Resveratrol) เควอซิทิน (Quercetin) ไพซีแทนอน (Piceatannol) และสารกลุ่มโอพีซี OPC (Oligomeric proanthocyanidins) เป็นต้น และสารเหล่านี้มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ดังนี้ เรสเวอราทรอล (Resveratrol) : กระตุ้นยีน Sirtuin 2 ทําให้เซลล์ร่างกายเกิดการซ่อมแซมตัวเอง ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ช่วยให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์ ลดไขมันชนิดไม่ดี […]
