
วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 วันพืชมงคลนับว่าเป็นพระราชพิธี
เชื้อรา หรือรา (Mold) เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่หลายคนคงพอรู้จักมาแล้วบ้าง เนื่องจากมักทำให้ พืชผักและอาหารต่าง ๆ เน่าเสีย ถูกจัดอยู่ในอาณาจักรฟังไจ (Kingdom Fungi) กลุ่มเดียวกับเห็ด มีโครงสร้างเป็นเส้นใย (hyphae) คล้ายรากพืช ในเชิงนิเวศวิทยาเชื้อรามีบทบาทเป็นผู้ย่อยสลาย เมื่อซากพืช ซากสัตว์ตายลงมันจะทำหน้าที่กำจัดซากเน่าเหล่านั้น Rhizopus เป็นหนึ่งในสกุลเชื้อราแบบเส้นใยไม่มีผนังกั้น โดยจะมีลักษณะสำคัญ คือ สีจะเปลี่ยน ไปได้ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและในแต่ละช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไปของมัน นอกจากนี้มันยังสามารถ สร้างสปอร์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ โดยสปอร์แบบไม่อาศัยเพศเรียกว่า สปอแรงจิโอสปอร์ (sporangiospores) ซึ่งเกิดจากปลายเส้นใยพองออกเป็นกระเปาะคล้ายหัวเข็มหมุดมีผนังหนา จากนั้นจะเจริญเป็นอับสปอร์ (sporangium) และมีก้านชูอับสปอร์ (sporangiophore) ส่วนสปอร์แบบอาศัยเพศ เรียกว่า zygospore เคยสังเกตขนมปังที่เราซื้อมารับประทานกันไหม หากหมดอายุหรือเก็บไว้นานจะพบจุดสีดำ บนแผ่นขนมปังและมีเส้นใยสีขาวฟูรอบ ๆ นั่นแหละเรียกว่า “เชื้อรา” เชื้อราที่พบในขนมปังส่วนใหญ่ คือ Rhizopus stolonifer หรือที่รู้จักในชื่อ ราขนมปัง (bread mold) มันมีโครงสร้างเส้นใยที่เรียกว่า สโตลอน (stolon) มีคุณสมบัติในการขยายโคโลนี […]
ภาพราตรีประดับดาว (The Starry Night) ของแวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) ถูกวาดขึ้นมาในขณะที่แวนโก๊ะอยู่ที่ Saint Remy ประเทศฝรั่งเศส เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1889 มีลักษณะเป็นภาพวาดสีน้ำมัน โดยที่ด้านบนทางมุมขวาของภาพเป็นภาพดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่ ส่วนดาวที่มีขนาดรองลงมาในภาพคือ ดาวศุกร์ อยู่ในตำแหน่งด้านล่าง กำลังขึ้นทางทิศตะวันออกในยามรุ่งเช้า เมื่อใช้แอปพลิเคชัน SkyPortal ตั้งค่าตำแหน่งไปที่ Saint Remy เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1889 ทำให้เห็นท้องฟ้าในช่วงเวลาที่แวนโก๊ะวาดภาพนี้ขึ้นมา และจากแอปพลิเคชันนี้ทำให้เรารู้ว่านอกจากมีดวงจันทร์กับดาวศุกร์แล้ว ยังมีดาว Algol ในกลุ่มดาว Perseus อีกด้วย อ้างอิง https://bit.ly/37lNBzAhttps://bit.ly/3fueuG8https://bit.ly/3xpiRbxhttps://bit.ly/37l4I4z FacebookFacebookXTwitterLINELine
รู้ไหมว่าป่าชายเลนนั้นเป็นอีกหนึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าอย่างมหาศาล เพราะสามารถดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าป่าประเภทอื่น จากการที่พืชในป่าชายเลนมีอัตราการสังเคราะห์แสงสูง จึงต้องการใช้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมาก ป่าชายเลนนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการดูดซับคาร์บอนแล้วดึงลงไปในผืนดินใต้ทะเลหรือดินเลนชายฝั่ง เรียกคาร์บอนเหล่านั้นว่า บลูคาร์บอน (Blue carbon) การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ลงสู่มหาสมุทรถือเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon sink) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าหนึ่งในสี่ของที่มนุษย์ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ โดยคาร์บอนจะถูกปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ ผ่านกระบวนการย่อยสลายในดิน ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยเนื่องจากสภาพไร้ออกซิเจนจากการท่วมขังของน้ำแต่ถ้ามีการตัดไม้ในป่าชายเลนจะไปลดการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และยังทำให้เกิดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์กลับสู่ชั้นบรรยากาศอีกครั้ง ในระบบนิเวศป่าชายเลนประกอบไปด้วยพืชจำพวก แสม ลำพู โกงกาง ถั่วขาว พังกาหัวสุม ฝาด และ โปรง เป็นต้น และยังมีแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ นก แมลง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม และสัตว์ทะเลหน้าดินที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น ปู กุ้ง หอย แมงดา อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมากถือได้ว่าเป็นระบบนิเวศที่มีห่วงโซ่อาหารที่สมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง และด้วยความที่ป่าชายเลนนั้นเป็นดินเลนมีน้ำทะเลท่วมถึงตลอดทำให้พืชเหล่านี้มีการปรับตัวมีรากแบบพิเศษช่วยยึดเกาะหน้าดิน ลดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินรวมทั้งการสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นเสมือนเกาะป้องกันภัยจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดแรงทำลายล้างของพายุโซนร้อนหรือแม้กระทั่งลดความรุนแรงการเกิดสึนามิ ในขณะที่ป่าชายเลนสร้างประโยชน์ให้กับเรามากมาย แต่พื้นที่ของป่าชายเลนเองกลับลดลงอย่างน่าใจหาย สาเหตุก็มาจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย การทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การทำเกษตรกรรม การประมง การทำเหมืองแร่ การขุดลอกร่องน้ำ การทำเขื่อนกั้นน้ำ การตัดไม้เกินกำลังการผลิตของป่า […]
เวลาที่เราตื่นเต้น หรือเวลาที่เราเหนื่อยหัวใจของเราจะทำงานหนักในระดับที่ได้ยินเสียงหัวใจกันเลยทีเดียว บางคนก็บอกว่าใจเต้นดังตุ้บ ๆ บางคนก็บอกว่า ใจเต้นดังตึกตัก ๆ แล้วเสียงของหัวใจที่หลายคนได้ยินกันนี้มันเกิดจากอะไรกัน ที่จริงแล้วเสียงที่เราได้ยินนั้นเป็นเสียงที่เกิดจากการเปิดและปิดของลิ้นหัวใจ (valves) เมื่อหัวใจมีการบีบตัวเพื่อไหลเวียนเลือด ลิ้นหัวใจจะทำหน้าที่ในการกำหนดทิศทางการไหลเวียนเลือดและป้องกันการไหลย้อนกลับของเลือด ซึ่งเสียงที่เกิดขึ้นทางเทคนิคจะแบ่งเป็น 2 เสียง เสียงที่หนึ่งดังว่า “lub” (ลับ) เกิดจากการปิดของลิ้นไบคัสปิด (Bicuspid valves) หรือลิ้นกั้นหัวใจด้านซ้ายมี 2 แผ่น และลิ้นไตรคัสปิด (Tricuspid valves) หรือลิ้นกั้นหัวใจด้านขวามี 3 แผ่น เสียงที่ 2 ดังว่า dub (ดับ) เกิดจากการปิดของลิ้นกั้นระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายกับหลอดเลือด Aorta (Aortic semilunar valves) และลิ้นกั้นระหว่างหัวใจห้องล่างขวากับหลอดเลือด Artery (Pulmonary semilunar valves) เมื่อใจเต้นจะได้ยินเสียงว่า lub-dub, lub-dub, lub-dub นั่นเอง อ้างอิง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหัวใจ ทฤษฎีเกี่ยวกับเสียงเต้นหัวใจ เสียงหัวใจ หัวใจ (heart) […]
หากใครที่ชอบเที่ยวงานวัดหรืองานเทศกาลต่าง ๆ น่าจะเคยเห็นโชว์หนึ่งที่สร้างความตื่นตาตื่นใจกับคนในงานอย่างมาก นั่นคือ การแสดงท้าวหัวข่อหล่อ (ท้าวหัวข่อหล่อ – ตัวละครในนิทานพื้นบ้านของลาวผู้มีแค่หัวกับคอ) หรือก็คือ การโชว์คนที่มีแต่หัว!! ซึ่งมีแต่หัวจริง ๆ และยังไม่ได้ตายอะไรด้วย สีหน้าสายตายังมองได้แบบคนทั่วไป เพียงแค่มีหัวของเขาอย่างเดียวเท่านั้นวางอยู่บนโต๊ะ!! การแสดงนี้ถือว่าสร้างความประหลาดใจกับผู้ชมจนต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายเข้าไปดู ใครเล่าจะมีแค่หัวแต่ยังไม่ตายแบบนี้ได้ ทว่าแท้จริงแล้วการแสดงนี้เป็นมายากลในรูปแบบหนึ่งที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแสงและกระจกเงา การแสดงท้าวหัวข่อหล่อใช้หลักการสะท้อนของกระจกเงาราบ โดยมีกระจกติดอยู่ที่แต่ละด้านของโต๊ะ สะท้อนภาพให้เหมือนกับว่าใต้พื้นไม่มีอะไร มีแค่หัววางไว้บนโต๊ะเพียงอย่างเดียว ซึ่งขาของโต๊ะที่เห็นเป็นส่วนที่ทำไว้หลอกตา ให้มองไม่ออกว่าด้านที่เห็นนั้นเป็นกระจกเงา การสะท้อนของแสงจะทำให้เกิดมุม 2 มุมคือ มุมตกกระทบ และมุมสะท้อน โดยมุมตกกระทบจะเท่ากับมุมสะท้อนเสมอ ภาพที่เกิดขึ้นจากการสะท้อนของกระจกเงาราบจะเป็นภาพเสมือนหัวตั้งกลับซ้ายขวาขนาดเท่าวัตถุ นอกจากรูปแบบที่ใช้กระจกเงาสะท้อนทั้งสามด้านในลักษณะนี้แล้ว ยังมีการวางกระจกสองบานตั้งเป็นมุม แล้วจัดตำแหน่งให้อยู่ทางมุมห้องหรือมีฉากกั้นด้านหลัง ทำให้มองเห็นแบบเหลือแต่หัวด้วยหลักการสะท้อนของกระจกเช่นเดียวกัน อ้างอิง ท้าวหัวข่อหล่อ ตามงานวัด เค้าทำกันยังไงค่ะ ?!?!?! เฉลยกลคนมีแต่หัว สิ่งมหัศจรรย์แห่งงานวัดกับการแฉกลที่รู้แล้วตายตาหลับ!! ง่าย ๆ แบบนี้เนี่ยนะ?! FacebookFacebookXTwitterLINELine
