
ภาพจาก : www.phuttha.com
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
หมายเหตุ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึ

ภาพจาก : www.phuttha.com
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
หมายเหตุ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึ
หลายคนคงจะรู้สึกรำคาญจากเสียงหึ่ง ๆ เมื่อยุงเข้ามาบินอยู่ใกล้และรู้สึกคัน บริเวณที่ถูกยุงกัด จากน้ำลายของยุงที่ปล่อยออกมา เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัวในระหว่างที่ยุงกำลังดูดเลือดของเรา ร่างกายจึงตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดอาการแพ้ที่มีทั้งอาการที่ไม่รุนแรง อย่างตุ่มบวมแดง อาการคัน จนถึงอาการหนักที่ทำให้รู้สึกหน้ามืดจนหายใจไม่ออก เป็นต้น นอกจากนี้ยุงยังเป็นแมลงพาหะนำโรคที่สำคัญในประเทศไทย ที่ทำให้เกิดโรคที่รุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิต โดยมักพบยุงที่เป็นปัญหาหลัก 4 สายพันธุ์ คือ ยุงเหล่านี้จึงกลายมาเป็นพาหะของการเกิดโรคที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเรา ซึ่งโดยปกติแล้วอาหารของยุงตัวเต็มวัยทั้งเพศผู้และเพศเมียนั้น คือ น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ แต่หลังจากการผสมพันธุ์แล้ว ยุงตัวเมียจะต้องใช้เลือดเป็นแหล่งของโปรตีนและแร่ธาตุไปใช้ในการเจริญเติบโตของไข่ ยุงตัวเมียจึงออกหาเลือดที่ได้จากคนและสัตว์ ดังนั้นยุงที่มากัดเราจึงเป็นยุงเพศเมีย แต่ก็มียุงบางชนิดที่ตัวเมียจะไม่กัดดูดเลือดคนหรือสัตว์เลย การแพร่เชื้อโรคจากยุงมาสู่คนนั้น เกิดขึ้นในระหว่างที่ยุงกำลังดูดเลือดนั่นเอง โดยเมื่อยุงไปดูดเลือดคนที่ป่วยแล้วเชื้อก็เจริญเติบโตอยู่ในตัวยุง เมื่อเชื้อโรคอยู่ในระยะแพร่เชื้อ มันจะไปอยู่ภายในต่อมน้ำลายยุง เมื่อยุงที่เป็นพาหะนี้มาดูดเลือดของเรา ยุงก็จะปล่อยน้ำลายที่มีเชื้อปนอยู่เข้าสู่ร่างกายของเรา ทำให้เราเกิดอาการเจ็บป่วยอย่างที่ไม่ทันรู้ตัว การป้องกันหรือกำจัดยุง สามารถทำได้ง่าย เช่น การใช้สารไล่ยุง อย่างยาจุดกันยุง ยาทากันยุงที่มีทั้งแบบที่เป็นสารเคมี และสมุนไพรอย่าง ตะไคร้หอม ส้ม ผิวมะกรูด เป็นต้น การกางมุ้งนอน การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ เช่น กำจัดขยะบริเวณรอบบ้าน ขัดล้างไข่ยุงในภาชนะที่มีน้ำขัง เพื่อไม่ให้เป็นที่วางไข่ของยุง, เก็บบ้านให้สะอาดไม่ให้มีบริเวณอับทึบที่สามารถเป็นแหล่งที่อยู่ของยุง, ปิดฝาถังน้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันบ่อย […]
น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่มีความนิยมในการบริโภคทั่วโลก เนื่องจากมีน้ำตาลต่ำและอุดมไปด้วยวิตามิน และสารอาหารต่าง ๆ เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส โซเดียม วิตามินซี โฟเลต เป็นต้น ทำให้น้ำมะพร้าวถูกนำมาใช้บริโภค เพื่อควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย (electrolyte) ปัจจุบันเริ่มมีน้ำมะพร้าวที่ผ่านการแปรรูปเพื่อให้เก็บได้นานขึ้น และมีหลากหลายรูปแบบโดยเฉพาะน้ำมะพร้าวสีชมพู หลายคนคงคิดว่าน้ำมะพร้าวสีชมพูนี้ผู้ผลิตอาจมีการเติมแต่งสีหรือใส่สารอื่น ๆ เพื่อให้มีสีสันสวยงาม แต่จริง ๆ แล้วเกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) ที่มีผลจากเอนไซม์ polyphenol oxidase (PPO) และสารโพลิฟีนอล (polyphenol) สามารถพบการเกิดปฏิกิริยาแบบนี้ได้ในผักและผลไม้อื่น ๆ เช่น มะม่วง แอปเปิ้ล และอะโวคาโด เมื่อผลไม้เจอกับออกซิเจนในอากาศแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหลังจากที่เราปอกผลไม้แล้วทิ้งไว้ข้างนอกนาน ๆ เรียกว่า ปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาลที่เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ (enzymatic browning reaction) ปฏิกิริยาการเปลี่ยนสีนี้จะเกิดได้เร็วยิ่งขึ้น เมื่อมีแสงหรือความร้อนจากการฆ่าเชื้อ โดยน้ำมะพร้าวที่มักจะเปลี่ยนสีมักเกิดกับมะพร้าวอ่อนที่มีอายุประมาณ 7 – 8 เดือน มากกว่ามะพร้าวแก่ที่มีอายุประมาณ 9 – […]
แมลง สิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญในธรรมชาติไม่น้อยไปกว่าสัตว์ชนิดอื่น เพราะแมลงหลายชนิดไม่เพียงแค่มีหน้าที่ผสมเกสรให้แก่พืชเท่านั้น แต่บางชนิดยังช่วยควบคุมปริมาณประชากรแมลงอื่น ๆ ที่เป็นศัตรูพืช รวมไปถึงการเป็นแหล่งอาหารให้กับมนุษย์ ปัจจุบันแมลงที่พบบนโลกมีมากมายทั้งที่ถูกระบุชนิดไว้แล้วและที่ระบุชนิดไม่ได้ ซึ่งมาวันนี้ได้มีข่าวดีให้กับวงการวิทยาศาสตร์อีกครั้ง เมื่อได้มีการค้นพบผึ้งชนิดใหม่ของโลก “หยาดอำพันภูจองนายอย” และ “บุษราคัมภูจองนายอย” นี่คือชื่อของผึ้งที่เราอาจไม่คุ้นหูกันมากนัก โดยผึ้ง 2 ชนิดนี้ถูกค้นพบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี นำทีมโดย ดร.ประพันธ์ ไตรยสุทธิ์ จากสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และนายภากร นลินรชตกัณฑ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพพื้นถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ในการพัฒนาพื้นที่อุทยานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ที่สำคัญของประเทศและของโลก ผึ้งหยาดอำพันภูจองนายอย (Phujong resin bee) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Anthidiellum phuchongensis Nalinrachatakan & Warrit, 2021 เป็นผึ้งเฉพาะถิ่นในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ร่างกายมีสีโทนส้มแดงสลับกับลวดลายสีดำ รูปร่าง สั้นป้อม ขนาดลำตัวยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร ขาคู่หน้ามีสีส้มเหลือง ส่วนคู่กลางและคู่หลังมีสีน้ำตาลแดงเข้มปกคลุมด้วยขนสีดำ ส่วนท้ายของท้องมีขนสีเหลืองทองปกคลุมอยู่ […]
“เคยคิดไหมว่าทำไมสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า แมงกะพรุน ที่ไม่มีสมอง ไม่มีหัวใจ ทำไมยังคงมีชีวิตอยู่มาถึงทุกวันนี้” แมงกะพรุนจัดอยู่ในกลุ่ม Cnidarian ซึ่งเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แม้จะถูกเรียกว่า jellyfish หรือ ปลาวุ้น ในภาษาอังกฤษ แต่ความจริงแล้วแมงกะพรุนไม่ใช่ปลา แมงกะพรุนเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกนี้มานานกว่า 500 ล้านปี ซึ่งนานกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และอยู่มาก่อนที่จะมีไดโนเสาร์ถึง 230 ล้านปี แม้จะอยู่มาก่อนการเกิดของไดโนเสาร์ แมงกะพรุนก็ยังคงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จทางวิวัฒนาการที่น่าประทับใจ แมงกะพรุนไม่มีสมองที่จะช่วยคิดหรือควบคุมการเคลื่อนไหวเหมือนกันกับสัตว์ตัวอื่น ๆ แต่พวกมันมีระบบประสาทที่กระจายตัวอยู่ทั่วร่างกายเรียกว่า “nerve net” ซึ่งทำหน้าที่เหมือนระบบประสาทของสัตว์หลายชนิด ระบบนี้ช่วยให้แมงกะพรุนสามารถตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว และใช้วิธีในการเคลื่อนไหว หากิน โดยไม่จำเป็นต้องมีสมองมาคอยสั่งการและพวกมันสามารถปรับตัวเข้ากับธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม และด้วยความที่แมงกะพรุนมีโครงสร้างร่างกายที่เรียบง่าย ตัวของมันประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 95% จึงทำให้เหล่าแมงกะพรุนล่องลอยพริ้วไหวสง่างาม ดูเป็นหนึ่งเดียวกันกับกระแสน้ำ นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งที่สุดในธรรมชาติ แมงกะพรุนเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ มากกว่าการควบคุมหรือเอาชนะมัน การปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติอย่างเรียบง่ายอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการอยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับแมงกะพรุนที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ แม้ไม่มีสมองหรือหัวใจ พวกมันยังคงอยู่รอดตลอดหลายล้านปี แสดงถึงความสำเร็จทางชีววิทยา และ สะท้อนให้เห็นว่าความซับซ้อนไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
เคยสงสัยกันหรือไม่ว่ากัญชงกับกัญชา แท้จริงแล้วเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร มองผ่าน ๆ ทำไมหน้าตาถึงได้คล้ายกันจนแยกไม่ออกแล้วตามความคิดของคุณ คุณคิดว่าพืชทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นยาเสพติดหรือพืชสมุนไพรไปไขความกระจ่างกับบทความนี้กันเลย 1. พืชตระกูลเดียวกัน แต่คนละสายพันธุ์ กัญชา (Marijuana) และกัญชง (Hemp) พืชทั้งสองชนิดเป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกำเนิดเดียวกันในวงศ์Cannabaceae ที่อยู่ในตระกูล Cannabis เหมือนกัน ต่างกันที่สายพันธุ์ย่อยจึงทำให้กัญชงและกัญชามีลักษณะที่คล้ายกัน โดยจะแตกต่างกันในด้านลักษณะทางกายภาพ และปริมาณสารสำคัญ 2. กัญชงและกัญชา เป็นหรือไม่เป็นสารเสพติด ? กัญชงถูกจัดให้เป็นพืชที่อยู่ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เนื่องจากกัญชงเป็นพืชสายพันธุ์ย่อยของกัญชาที่มีสารเสพติดออกฤทธิ์สำคัญที่ชื่อว่า THC (Tetrahydrocannabinol) แต่ในปัจจุบันกัญชาและกัญชงถูกปลดล็อคจากกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ออกประกาศกฎกระทรวงเรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 ให้บางส่วนของต้นกัญชงบางส่วนของต้นกัญชา สารสกัดที่มี CBD (Cannabidiol) เป็นส่วนประกอบและต้องมีสาร THC ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก ไม่จัดว่าเป็นยาเสพติด ยกเว้นช่อดอกกัญชง ช่อดอกกัญชา และเมล็ดกัญชาที่ยังคงจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 อยู่ 3. […]
