ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
เงื่อนไขการสมัคร กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนในระบบ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย นักเรียนในระบบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และนักศึกษา สกร. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ผ่านการคัดเลือกโดยการประกวดและได้รางวัลชนะเลิศของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ในเขตจังหวัดที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาที่รับผิดชอบ กำหนดการประกวด การรับสมัคร สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงาน เอกสารการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) ระดับประเทศ FacebookFacebookXTwitterLINELine
แพ้นมวัวแล้วจะดื่มนมได้อย่างไร
นม เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและแคลเซียม รวมทั้งสารอาหารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีคนจำนวนมากที่มีอาการแพ้นมและผลิตภัณฑ์จากนม จนไม่สามารถดื่มนมหรือบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมได้ แต่ทราบหรือไม่ว่าอาการแพ้นมวัวนี้ จริง ๆ แล้วสามารถแบ่งการแพ้ได้เป็น 2 ประเภท คือ Milk Allergy กับ Milk Intolerance 1. Milk Allergy เป็นการแพ้ที่เกิดจากโปรตีนในน้ำนม (Cow’s milk allergy) การแพ้ในกลุ่มนี้เกิดจากปฏิกิริยาการแพ้โปรตีน (Allergic reaction) ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย อาการป่วยมักจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ มีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง ปากบวมและหลอดลมตีบ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก และอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทันทีหรืออาจเกิดหลังจากที่ดื่มนมหรือบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมหลายชั่วโมงต่อมา อาการแพ้มักพบในทารกและเด็กเล็ก ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม รวมทั้งอ่านฉลากอาหาร เพราะในอาหารบางชนิดอาจมีส่วนผสมของนมที่เราไม่รู้ เช่น ไส้กรอก เนื้อสัตว์แปรรูป เครื่องดื่มให้พลังงานต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของเวย์ เป็นต้น ปัจจุบันมีการพัฒนาอาหารทางการแพทย์ ทำให้ผู้ที่แพ้นมสามารถได้รับสารอาหารจากนมที่เพียงพอต่อร่างกาย เช่น อาหารทางการแพทย์จากโปรตีนถั่วเหลือง (Soy protein-based formula), อาหารทางการแพทย์สูตรเปปไทด์สายสั้น […]
เรารู้อายุของปลาได้อย่างไร
เรารู้อายุของมนุษย์และสัตว์ได้ด้วยการคำนวณจากวันเดือนปีเกิด ส่วนอายุของต้นไม้ก็คำนวณได้จากวงปีในเนื้อไม้ของต้นไม้นั้น ๆ ถ้าเราอยากรู้อายุของปลา จะรู้ได้จากอะไร ปลาเป็นสิ่งมีชีวิต ย่อมต้องมีการเจริญเติบโต จากรายงานทางวิชาการพบว่าปลาทะเลบางชนิดในเขตอบอุ่นมีอายุถึง 20 ปี เช่น ปลาแฮร์ริ่งในทะเลเหนือ หรือปลาบึกในแม่น้ำโขงอาจมีอายุมากกว่า 15 ปี ในขณะที่ ปลาทูอาจมีอายุเพียง 3 ปี ก่อนจะถูกชาวประมงจับ นักวิทยาศาสตร์มีวิธีคำนวณอายุของปลาหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของปลานั้น ๆ สำหรับปลามีเกล็ด จำนวนเกล็ดจะไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เกิดจนตาย เราจึงไม่สามารถรู้อายุของปลาจากจำนวนเกล็ดได้ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงใช้วิธีนับจำนวนวงปีบนเกล็ดปลา ซึ่งวงปีดังกล่าว มีลักษณะเป็นวง และมีเส้นขอบชัดเจนเป็นการแสดงระยะเวลาการเจริญเติบโตของปลาเหล่านั้น หากบนเกล็ดปลานั้นมีวงปีจำนวนมาก แสดงว่าปลานั้นมีอายุมาก ในกรณีที่ปลาไม่มีเกล็ด จะใช้วิธีคำนวณอายุจากกระดูกหูของปลา (กระดูกชิ้นเล็ก ๆ ที่เชื่อมระหว่างหูกับกระเพาะลม) โดยการนำกระดูกหูไปตัดขวาง แล้วสังเกตวงปีบนกระดูกหูของปลานั้น อ้างอิง หนังสือ 243 คำถามวิทย์ต่อยอดความคิดไม่รู้จบ หนังสือ ชีวิตน่ารู้ นานมีบุ๊คส์ 2543 https://www.saranukromthai.or.th FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทอง…ที่ไม่ใช่ทอง
ทอง (Gold) วัตถุมีค่าที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับ ใช้แปรเปลี่ยนเป็นหลักทรัพย์ในยามจำเป็นหรือแม้กระทั่งใช้เป็นทุนสำรองของประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่านอกจากทองชนิดนี้แล้ว ยังมีทองในชื่อเรียกอื่นที่มีคุณสมบัติต่างกันไปอีกด้วย ทอง (Gold) เป็นแร่ธาตุโลหะตามธรรมชาติ มีสีผิวและสีผงของแร่เป็นสีเหลืองทอง ประกายโลหะ มีสมบัติเด่นคือ ความอ่อนตัวสูง สามารถดึง ยืด ให้เป็นเส้นได้ หลอมซ้ำเพื่อขึ้นรูปใหม่ได้ และเป็นแร่หายากจึงมีมูลค่าสูง ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในงานเครื่องประดับ หลักทรัพย์ทุนสำรองของประเทศ วัสดุซ่อมฟันหรือแม้กระทั่งในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ก็มีทองคำเป็นส่วนหนึ่งในงานนั้นเช่นกัน นอกจากทองคำบริสุทธิ์แล้ว ยังมีทองผสมโลหะชนิดอื่นอีกหลายประเภท ที่มีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น ทองคำสีกุหลาบ (Rose gold) ทองคำสีดำ (Black gold) เป็นต้น และยังมีชื่อเรียกทองบางประเภทที่ไม่ได้มีส่วนผสมของทองคำแม้แต่น้อย เช่น ทองคำขาว ทองสัมฤทธิ์ และ ทองเหลือง ซึ่งมีสมบัติดังนี้ ทองคำขาว (Platinum) (Pt) มีผิวสีเทาเงิน สีผงสีเทาเงินหรืออาจจะเป็นสีเทาขาวได้เช่นกัน มีประกายแบบวาววับ ความแข็งของแร่ประมาณ 4 – 4.5 ตามโมห์สเกล แร่ในธรรมชาติมีความถ่วงจำเพาะ 14 – 19 สามารถทุบเป็นแผ่นบางและดึงยืดเป็นเส้นลวดได้ […]
กินเห็ดแล้วมีประโยชน์อย่างไร
เห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งที่มนุษย์เรารู้จักและนำมาบริโภคเป็นอาหารและยามานานหลายร้อยปีด้วย ที่มีรสชาติที่หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมในการนำไปประกอบเป็นอาหาร อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเหมาะที่จะเป็นเมนูสำหรับคนรักสุขภาพ มาทำความรู้จักเห็ดกัน เห็ด (Mushrooms) เป็นราชนิดหนึ่ง ที่ถูกจัดอยู่ในอาณาจักรฟังไจ (Kingdom Fungi) ไม่สามารสังเคราะห์แสงด้วยตัวเองได้เนื่องจากไม่มีคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เห็ดจึงเป็นราขนาดใหญ่ซึ่งมีการเจริญเติบโตเป็นเส้นใย เมื่อถึงระยะที่จะสืบพันธุ์เส้นใยจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนดอกเห็ด เพื่อสร้างสปอร์ไว้กระจายพันธุ์ต่อไป มีรูปร่างสวยงามแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของเห็ดนั้น ๆ ประโยชน์ของเห็ดมีอะไรบ้าง 1. มีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็ง ในปี 2010 มีการศึกษาและถูกตีพิมพ์ในวารสาร Experimental Biology and Medicine ได้ทดสอบเห็ด 5 ชนิด ได้แก่ เห็ดไมตาเกะ เห็ดคริมมินิเห็ดกระดุมสีน้ำตาล เห็ดนางรม และเห็ดกระดุมสีขาว พบว่าสามารถยับยั้งการเติบโตและการสืบพันธุ์ของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ นอกจากนี้เห็ดหอมหรือเห็ดซิตาเกะ ยังมีสารเลนทิแนน (Lentinan) ซึ่งเป็นโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดในระหว่างที่เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด แม้ว่าจะไม่ได้ฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง แต่จะช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจช่วยในการชะลอการเติบโตของเนื้องอกได้และยังฆ่าไวรัสและจุลินทรีย์โดยตรงในการศึกษาในห้องปฏิบัติการ นักวิจัยในญี่ปุ่นได้ทำการศึกษาผู้ชายมากกว่า 36,000 คน พบว่าคนที่กินเห็ดเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง ส่วนคนที่กินเห็ด 3 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าผู้ที่กินเห็ดน้อยกว่า 17 […]

