
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
ครั้งนี้ จัดการอบรมจำนวน 2 รุ่น คือ รุ่นที่ 1 ในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562 และรุ่นที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องปฏิบัติการ ชั้น 7 อาคาร 4 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษ

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
ครั้งนี้ จัดการอบรมจำนวน 2 รุ่น คือ รุ่นที่ 1 ในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562 และรุ่นที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องปฏิบัติการ ชั้น 7 อาคาร 4 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษ
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) ขอเชิญชวนเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมเปิดประสบการณ์แห่งการเรียนรู้ในงาน “International Museum Day” ระหว่างวันที่ 18–19 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. เปิดให้เข้าชมนิทรรศการฟรี! ตลอดงาน พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์อีกมากมาย ร่วมสัมผัสโลกแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และเปิดมุมมองใหม่ของพิพิธภัณฑ์ยุคอนาคตไปพร้อมกัน ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) FacebookFacebookXTwitterLINELine
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
การจำแนกประเภทดินและแร่ แสดงประโยชน์ของแร่ แสดงแร่ที่มีความพิเศษ แสดงแร่ที่ใช้ทำเครื่องประดับ แสดงฟอสซิล FacebookFacebookXTwitterLINELine
แมลง สิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญในธรรมชาติไม่น้อยไปกว่าสัตว์ชนิดอื่น เพราะแมลงหลายชนิดไม่เพียงแค่มีหน้าที่ผสมเกสรให้แก่พืชเท่านั้น แต่บางชนิดยังช่วยควบคุมปริมาณประชากรแมลงอื่น ๆ ที่เป็นศัตรูพืช รวมไปถึงการเป็นแหล่งอาหารให้กับมนุษย์ ปัจจุบันแมลงที่พบบนโลกมีมากมายทั้งที่ถูกระบุชนิดไว้แล้วและที่ระบุชนิดไม่ได้ ซึ่งมาวันนี้ได้มีข่าวดีให้กับวงการวิทยาศาสตร์อีกครั้ง เมื่อได้มีการค้นพบผึ้งชนิดใหม่ของโลก “หยาดอำพันภูจองนายอย” และ “บุษราคัมภูจองนายอย” นี่คือชื่อของผึ้งที่เราอาจไม่คุ้นหูกันมากนัก โดยผึ้ง 2 ชนิดนี้ถูกค้นพบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี นำทีมโดย ดร.ประพันธ์ ไตรยสุทธิ์ จากสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และนายภากร นลินรชตกัณฑ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพพื้นถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ในการพัฒนาพื้นที่อุทยานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ที่สำคัญของประเทศและของโลก ผึ้งหยาดอำพันภูจองนายอย (Phujong resin bee) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Anthidiellum phuchongensis Nalinrachatakan & Warrit, 2021 เป็นผึ้งเฉพาะถิ่นในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ร่างกายมีสีโทนส้มแดงสลับกับลวดลายสีดำ รูปร่าง สั้นป้อม ขนาดลำตัวยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร ขาคู่หน้ามีสีส้มเหลือง ส่วนคู่กลางและคู่หลังมีสีน้ำตาลแดงเข้มปกคลุมด้วยขนสีดำ ส่วนท้ายของท้องมีขนสีเหลืองทองปกคลุมอยู่ […]
สิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่ในห้วงมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ คนมักจะนึกถึงกลุ่มสัตว์ขนาดมหึมา เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอย่างกลุ่มของวาฬ หรือไม่ก็ปลาฉลาม แต่ในทะเลไม่ได้มีแค่กลุ่มวาฬกับปลาฉลามเท่านั้นที่ตัวใหญ่ ยังมีสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งเป็นปลากระดูกอ่อนเช่นเดียวกันกับปลาฉลาม มีร่างกายที่แบน และว่ายน้ำเหมือนกำลังบินบนอากาศ สัตว์น้ำชนิดนี้ถูกเรียกว่าปลากระเบนแมนตานั่นเอง ซึ่งก็เป็นปลาขนาดใหญ่ที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่ง มาทำความรู้จักกับปลาชนิดนี้ไปด้วยกัน ยักษ์ใหญ่ของเรามีชื่อเต็มว่า ปลากระเบนแมนตาแนวปะการัง (Reef manta ray) และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mobula alfredi จัดอยู่ในกลุ่มของปลากระเบนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาปลากระเบนทั้งหมด ความกว้างโดยเฉลี่ยของมันอยู่ที่ 300-350 เซนติเมตร แต่ตัวที่เคยสำรวจแล้วพบว่ากว้างมากที่สุดกว้างถึง 400 เซนติเมตร รูปร่างเหมือนสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน หางแหลมยาว มักกินแพลงก์ตอนเป็นอาหารในบริเวณแนวปะการังและทะเลลึก โดยกินแบบกรองเหมือนวาฬ คือ การเคลื่อนน้ำผ่านอวัยวะที่กรองแพลงก์ตอนในน้ำเหมือนเครื่องกรองน้ำ อย่างไรก็ตามปลาชนิดนี้ตัวไม่ได้ใหญ่อย่างเดียว แต่สมองก็มีขนาดใหญ่ตามตัวเช่นกัน ทำให้ปลากระเบนแมนตานี้สามารถเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อเห็นตัวเองในกระจกจะเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในกระจกคือตัวเอง (Self-directed) เหมือนกับลิงชิมแปนซีหรือนก และสมองที่มีขนาดใหญ่ก็ยังช่วยจดจำได้มากกว่าปลาชนิดอื่น ๆ จึงสามารถรู้สถานที่ในการหาอาหาร เป็นเหตุผลว่าทำไมปลากระเบนแมนตาแนวปะการังจึงสามารถว่ายไปและกลับจากแนวปะการังเดิมได้ โดยตอนกลางวันจะอยู่ตามแนวปะการัง ส่วนตอนกลางคืนหาแพลงก์ตอนในทะเลลึก จากพฤติกรรมการหาอาหารที่ได้ศึกษาล่าสุด พบว่าหลังจากปลากระเบนแมนตาแนวปะการังได้หาอาหารในทะเลลึกแล้วจะว่ายขึ้นมาในแนวปะการังเพื่อทำความสะอาดตัว เช่น การกำจัดปรสิต และถ่ายของเสีย อันประกอบไปด้วยสารต่างๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและการเจริญเติบโตให้กับปะการัง มันจึงช่วยให้เกิดวัฏจักรของสารอาหารระหว่างระบบนิเวศแนวปะการังกับระบบนิเวศในทะเลลึก เพียงแต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีการศึกษาที่มากพอ นอกจากนั้นปลากระเบนแมนตาแนวปะการังยังถูกจัดเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) ตามสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ […]
