
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 คณะครูและนักเรียน จากโรงเรียนสารสาสน์พัฒนา เข้าร่วมชมภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ ในงานเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 คณะครูและนักเรียน จากโรงเรียนสารสาสน์พัฒนา เข้าร่วมชมภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ ในงานเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
ขอเชิญเข้าร่วมการประกวดแข่งขันนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สูงวัย “แฮปปี้…สูงวัย” ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภท สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตด้านการประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงวัย จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะให้กับกลุ่มผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับผลงานจากบุคคลทั่วไปผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป (ต้องผ่านการประกวดระดับพื้นที่จากกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา) ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 13,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และยังมีรางวัลชมเชยอีก 17 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 89,000 บาท เงื่อนไขการสมัคร หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย กำหนดการประกวด หมายเหตุ สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ในปัจจุบันแมวหรือเจ้าเหมียว เป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่งที่บรรดาคนรักสัตว์ทั้งหลายอยากจะเป็นเจ้าของ ด้วยนิสัยที่ขี้อ้อนและชอบคลอเคลียของมัน ทำให้หลายคนตกหลุมรักและยอมเป็นทาสแมวโดยไม่รู้ตัว เคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมแมวถึงชอบคลอเคลีย การที่แมวเอาส่วนหัว ส่วนสีข้างตัวหรือส่วนหางมาถูคลอเคลียกับเรานั่นหมายความว่าแมวต้องการทิ้งกลิ่นของตัวเองเอาไว้ โดยในตัวของแมวมีต่อมกลิ่น (Glands) มากมายหลายจุดในร่างกายถูกสร้างขึ้นเพื่อให้แมวมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยมีต่อมกลิ่นสำคัญ ๆ 5 จุด กลิ่นเหล่านี้ กระจายติดตามร่างกายของผู้ที่แมวเข้าไปคลอเคลียเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในการแสดงความอ่อนโยนและเป็นมิตรของแมวอีกด้วย ดังนี้ 1. ต่อมขมับ ต่อมขมับแมวจะใช้ต่อมกลิ่นนี้ถูวัตถุต่าง ๆ รวมทั้งคนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและกลิ่นจากขมับหรือหน้าผากยังช่วยบอกตำแหน่งและทำเครื่องหมายเวลาเดินทางไปที่ต่าง ๆ 2. ต่อมแก้ม ต่อมแก้มแมวบางตัวมี 2 ต่อม บางตัวมี 1 ต่อม ทำหน้าที่เหมือนต่อมขมับ 3. ต่อมใต้ขากรรไกร ต่อมใต้ขากรรไกรมี 1 จุดกึ่งกลางของคางพอดีจะผลิตน้ำมันที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำหน้าที่แบบเดียวกับต่อมขมับและต่อมแก้ม 4. ต่อมอุ้งเท้า ต่อมอุ้งเท้ามี 4 จุดตามเท้าแต่ละข้างเป็นต่อมให้กลิ่นแรงสุด กลิ่นจะทำหน้าที่ทันทีเมื่อแมวเหยียดและกางเล็บออกโดยการ “ฝนเล็บ” เป็นการกระจายกลิ่นอุ้งเท้าเพื่อแสดงอาณาเขตและความเป็นเจ้าของ 5. ต่อมหาง ต่อมหางอยู่ทั่วบริเวณหางจะผลิตกลิ่นเวลาแมวใช้หางในการสื่อสาร ถ้าแมวโกรธหางฟูตั้งตรงแข็งบริเวณหางก็จะกระจายกลิ่นให้ตัวอื่นรับรู้ด้วย อ้างอิง ทำไมแมวจึงชอบคลอเคลียที่ขาของเรา ทำไมแมวถึงชอบคลอเคลีย..เอาตัวมาถู..เข้ามาอ้อน https://bit.ly/3f1ZJNh FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทำไมเวลาที่คนดื่มแอลกอฮอล์ถึงเมาชนิดที่ว่าเก็บทรงไม่อยู่ ซึ่งเป็นคำที่หลาย ๆ คนคงต้องเคยได้ยินกันมาจากเพลงดังที่กล่าวถึงอาการเมาหลังจากดื่มแอลกอฮอล์แล้วไร้สติ แถมยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้นั่นเอง ในวันนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยว่าหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์นั้นทำไมถึงมีอาการเมา ประเภทของแอลกอฮอล์ที่เราสามารถบริโภคได้ คือ แอลกอฮอล์ที่เกิดจากกระบวนการหมักผลผลิตทางการเกษตรกับยีสต์ได้เป็นเอทิลแอลกอฮอล์หรือที่เรียกกันว่า เอทานอล เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้วแอลกอฮอล์ก็จะถูกดูดซึม และเคลื่อนที่ผ่านกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทำให้ไปกดการทำงานของสมองที่ส่งผลต่ออาการเมาจนเก็บทรงไม่อยู่ดังนี้ 1. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานบริเวณต่าง ๆ ของสมองส่วนซีรีบรัม (Cerebrum) กดการทำงานสมองกลีบหน้า (Frontal lobe) จะทำให้จำไม่ค่อยได้ ความคิด บุคลิก และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ กดการทำงานสมองกลีบข้าง (Parietal loab) การประมวลผลการรับรู้ตำแหน่งจะแย่ลง และพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง กดการทำงานสมองกลีบขมับ (Temperalloab) จะไปทำให้การรับกลิ่นเสียงและความรู้สึกแย่ลง กดการทำงานสมองกลีบหลัง (Occipital loab) จะทำให้การรับรู้ภาพแย่ลง ตาพร่ามัวมองเห็นไม่ชัด 2. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ทำให้ความรู้และความทรงจำเสียหาย เมื่อตื่นมาจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้ เวลาเมาจะหวนคิดถึงความหลังที่น่าเศร้าและไม่แปลกที่จะพบว่าคนเมามักจะชอบร้องไห้ 3. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานสมองส่วนซีรีเบลลัม (Cerebellum) มีผลต่อการทรงตัวทำให้ยืนไม่ตรง เดินเซ ถือของไม่ไหวและสุดท้ายหากมีแอลกอฮอล์ในเลือดมากก็จะหลับไปในที่สุด 4. แอลกอฮอล์จะไปกดการทำงานก้านสมอง (Brain stem) […]
ในวันที่อากาศร้อน สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ คงจะเป็นเรื่องของ เหงื่อ (Sweat) ซึ่งเป็นของเสียที่ร่างกายขับออกมาจากต่อมเหงื่อในรูปของเหลว ผ่านทางผิวหนังหรือตามซอกต่าง ๆ ของร่างกาย เหงื่อมักมีรสเค็ม เพราะมีเกลือเป็นส่วนประกอบ ในหยดเหงื่อประกอบด้วย น้ำ 99% ส่วนอีก 1% ได้แก่ โซเดียมคลอไรด์ ยูเรีย น้ำตาล ไขมัน กรดอะมิโนบางชนิด โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก ต่อมเหงื่อมี 2 ชนิด คือ Eccrine sweat glands หมายถึง ต่อมเหงื่อทั่วไปที่พบตามร่างกาย ได้แก่ ผิวหนัง ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ผลิตเหงื่อมีลักษณะใสเหมือนน้ำ ไม่มีกลิ่น ร่างกายจะขับเหงื่อนี้ออกมาเมื่อทำกิจกรรม หรืออยู่ในสภาวะอากาศร้อน และต่อมเหงื่ออีกชนิด คือ Apocrine Sweat Glands หมายถึง ต่อมเหงื่อที่พบในบางตำแหน่งของร่างกาย ได้แก่ รักแร้ แผ่นหลัง ขาหนีบ เหงื่อที่ออกมาจะมีกลิ่นเล็กน้อย เพราะมีส่วนผสมของไขมัน […]
โลก คือ ห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ และบนท้องฟ้าไม่ได้มีเพียงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หรือดาวเท่านั้น แต่ยังมีหมู่มวลก้อนเมฆที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป จนบางครั้ง…เราอาจยืนจ้องมองมวลเมฆรูปร่างสวยงามแปลกตา พร้อมกับปล่อยจินตนาการไปอย่างไม่รู้ตัว เมื่อรังสีจากดวงอาทิตย์ส่องลงมายังโลก ทำให้บริเวณต่าง ๆ บนผิวโลกได้รับความร้อนไม่เท่ากัน พื้นน้ำบนโลกได้รับความร้อน จะระเหยกลายเป็นไอน้ำ ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เมื่อลอยขึ้นไปกระทบกับอากาศเย็นในบรรยากาศชั้นบน เกิดการกลั่นตัวเป็นละอองไอน้ำเล็ก ๆ และรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน ลอยสูงขึ้นบนท้องฟ้า เรียกว่า เมฆ ถ้าไอน้ำมีจำนวนน้อย เราจะเห็นเป็นเมฆบาง ๆ เมฆมีรูปร่างแตกต่างได้หลายแบบ ตามชนิดของเมฆ บางครั้งเราเห็นเมฆมีรูปร่างเป็นก้อนคล้ายสำลีลอยอยู่บนท้องฟ้าที่ระดับความสูงต่าง ๆ กัน บางครั้งเราเห็นเมฆมีรูปร่างคล้ายขนนก และบางครั้งอาจเห็นเมฆมีขนาดใหญ่เป็นแผ่นหนาคล้ายกำแพง เมฆ เกิดจากไอน้ำที่ลอยในอากาศ เมื่อลอยตัวสูงขึ้น จะมีการรวมกันเป็นกลุ่มก้อนบนท้องฟ้า ในระดับความสูงที่แตกต่างกัน เมฆมีรูปร่างที่หลากหลาย ช่วยแต่งแต้มให้ท้องฟ้าสวยงามแตกต่างกันไป…ในทุก ๆ วัน FacebookFacebookXTwitterLINELine
