ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการ “การแข่งขันหุ่นยนต์ (STEM Education Robot Competition) รอบคัดเลือก ประจำปี พ.ศ. 2569”
เปิดเวทีประชันไอเดียและทักษะด้านหุ่นยนต์! ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ขอเชิญนักเรียนนักศึกษา สกร. และครูที่ปรึกษา เข้าร่วมโครงการ “การแข่งขันหุ่นยนต์ (STEM Education Robot Competition) รอบคัดเลือก ประจำปี พ.ศ. 2569” ประเภทการแข่งขัน กำหนดการ ร่วมแสดงศักยภาพด้าน STEM ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านการแข่งขันหุ่นยนต์ พร้อมโอกาสก้าวสู่เวทีระดับประเทศ รายละเอียดโครงการและกำหนดการ ดูได้จากเอกสารแนบ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ ถูกหลอมเมื่อใดก็ยังคงเป็นทอง
มีสำนวนมากมายที่กล่าวเปรียบเปรยทองคำกับคนที่มีบุคลิกหรือลักษณะต่าง ๆ เช่น ทองเนื้อเก้า ทองแท้ย่อมทนไฟ ทองไม่รู้ร้อน อย่าเอาทองไปลู่กระเบื้อง เป็นต้น สำนวนเหล่านี้มีที่มา… ทองคำ เป็นแร่โลหะตามธรรมชาติ มีองค์ประกอบทางเคมีคือ Au มีจุดหลอมเหลวที่ 1,064 °C จุดเดือดที่ 2,701 °C สีผิวและสีผงมีสีเหลืองทอง มีความหนักมือเนื่องจากมีค่าความถ่วงจำเพาะสูงถึง 15-19 ขึ้นอยู่กับมลทินที่ปะปนแล้ว มีความแข็งที่ประมาณ 2-3 ตามโมห์สเกลไม่คงทนต่อการขูดขีด มีความอ่อนตัวจึงสามารถ ทุบเป็นแผ่นบาง ดัดและดึงเป็นเส้นได้ และสมบัติประการสำคัญ คือ มีความมันวาวสวยงามแบบโลหะ มีความคงทนไม่ผุกร่อนโดยง่าย ไม่เป็นสนิมแม้โดนความชื้น และเป็นแร่หายากมีต้นทุนในการผลิตสูง จึงมีมูลค่าการซื้อ–ขายสูงตามไปด้วย รวมถึงสามารถนำมาแปรรูปซ้ำหรือทำให้ทองคำบริสุทธิ์โดยการหลอมใหม่ได้ ดังนั้น ทองคำจึงเป็นแร่ที่มีมูลค่า สามารถเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจการคลังระดับประเทศและสามารถใช้เป็นทุนสำรองภายในครัวเรือนได้อย่างดีอีกด้วย ด้วยมูลค่าของแร่ทองคำนี้ จึงมีผู้ไม่ประสงค์ดีพยายามทำทองคำเลียนแบบขึ้นมาเพื่อหลอกลวงผู้ที่ชื่นชอบทองคำให้สูญเงินกับการซื้อ–ขาย ดังนั้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าขายทองคำจึงมีวิธีการตรวจสอบทองคำว่าเป็นของแท้หรือของเลียนแบบหลากหลายวิธี โดยอ้างอิงจากสมบัติเฉพาะของทองคำในการตรวจสอบ เช่น น้ำหนักที่สัมพันธ์กับขนาด การขูดหรือตะไบดูเนื้อในของทองคำ ใช้เครื่องมือวัดความเหนี่ยวนำไฟฟ้าตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทอง หรือการเผาด้วยไฟ เป็นต้น ในบทความนี้จะกล่าวถึงวิธีการตรวจสอบทองคำด้วยการเผาไฟ ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงเนื่องจากอาจทำให้ทองคำเสียรูปทรงได้ เพราะการเผาด้วยเปลวไฟที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน มีโอกาสทำให้ทองคำขาดหรือหลอมได้ […]
Ventablack & Superwhite
“ในดำมีขาว ในขาวมีดำ ทุกสิ่งในโลกล้วนมีคู่ตรงข้ามกัน” ถ้าพูดถึงสีดำ สีดำที่ดำที่สุดนั่นก็คือ “แวนตาแบล็ก” (Vantablack) เป็นสีดำที่ดูดกลืนแสงสว่างได้ 99.96% ถูกคิดค้นขึ้นโดย นักวิจัยชาวอังกฤษในปี 2014 โครงสร้างของแวนตาแบล็ก ประกอบด้วยแท่งนาโนทิวบ์ขนาดเล็กจำนวนมากเรียงกันอย่างหนาแน่น แสงที่ตกกระทบจะสะท้อนไปมาระหว่างแท่งนาโนทิวบ์ ไม่สามารถสะท้อนกลับออกมาข้างนอกได้ ในที่สุดแสงจะถูกดูดซับและเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน วัตถุที่ดำมาก ๆ นี้ เป็นประโยชน์ต่อโครงการสำรวจอวกาศ เพราะมันจะช่วยกรองแสงที่ไม่ต้องการออกได้เป็นอย่างดี ทำให้กล้องโทรทรรศน์รับแสงจากอวกาศที่ไกลมาก ๆ ได้มากขึ้น เราก็จะเห็นอวกาศได้ไกลขึ้น ต่อมาในปี 2019 สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์หรือเอ็มไอที (MIT) ของสหรัฐฯ เปิดตัววัสดุชนิดใหม่ที่มีสีดำมืดที่สุดในโลก โดยสามารถดูดกลืนแสงได้มากกว่า 99.995% ทำลายสถิติของสี“แวนตาแบล็ก” (Vantablack) ที่เคยครองแชมป์ความมืดทึบมาก่อนหน้านี้ เอ็มไอทีเผยว่า ยังไม่มีการตั้งชื่อให้กับวัสดุดังกล่าวซึ่งจัดเป็นคาร์บอนนาโนทิวบ์ (Carbon Nanotubes) ประเภทหนึ่ง โดยนักวิจัยด้านวิศวกรรมได้ค้นพบวัสดุนี้โดยบังเอิญ ขณะทำการทดลอง “เพาะ” สายคาร์บอนนาโนทิวบ์ให้เติบโตขึ้นบนวัสดุนำไฟฟ้าเช่นอะลูมิเนียม รายงานการค้นพบที่ตีพิมพ์ในวารสาร ACS Applied Materials & Interfaces ระบุว่า เมื่อคาร์บอนนาโนทิวบ์เรียงตัวกันเป็นเส้นในแนวตั้งบนแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ที่อยู่ในภาวะพิเศษ จนดูคล้ายกับ […]
รอเธอทุกฤดูกาล
ฤดูกาล (Seasons) เป็นผลมาจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี ในขณะที่แกนของโลกจะเอียงทำมุม 23.5 องศา คงที่ตลอดเวลา ทำให้บริเวณซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน เมื่อขั้วโลกเหนือเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ จะเป็นฤดูร้อนในซีกโลกเหนือ และเมื่อขั้วโลกใต้เอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ก็จะเป็นฤดูหนาวในซีกโลกเหนือ โลกมี 4 ฤดูกาล สำหรับซีกโลกเหนือเป็นดังนี้ สำหรับประเทศไทย ตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรและได้รับอิทธิพลของลมมรสุม (Monsoon) จึงมีฤดูกาลดังนี้ คำว่า “ฤดูกาล” ที่กล่าวมาข้างต้น ใช้เพื่อบ่งบอกถึงช่วงเวลาของแต่ละปีตามที่เราคุ้นเคยกัน นอกจากนี้ฤดูกาลอาจเป็นไปตามธรรมชาติ เช่น ฤดูพายุเฮอริเคน ซึ่งเป็นช่วงเวลาของปีที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดพายุเฮอริเคนมากที่สุด และฤดูกาลสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ เช่น ฤดูล่าสัตว์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาของปีที่ชุมชนอนุญาตให้ผู้คนล่าสัตว์ป่าบางชนิดได้ อ้างอิง FacebookFacebookXTwitterLINELine
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของหลอดพลาสติก
หลอดพลาสติกขนาดเล็ก ที่ถูกใช้จนเคยชินและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่ถูกแถมมากับเครื่องดื่มที่เราสั่ง ที่มีอายุการใช้งานไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ทิ้งไป หลอดจำนวนมากที่ถูกทิ้งนั้นจะกลายเป็นขยะและจะเป็น อันตรายต่อสิ่งแวดล้อมเหตุใดหลอดพลาสติกจึงไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม 1. หลอดพลาสติกรีไซเคิลได้ยาก หลอดมักทำจากพลาสติกประเภท 5 หรือโพลีโพรพีลีน (Polypropylene : PP) แม้จะเป็นพลาสติกประเภท 5 ที่สามารถรีไซเคิลได้แต่ปัญหาคือเครื่องรีไซเคิลส่วนใหญ่ไม่รองรับพลาสติกที่มีขนาดเล็กอย่างหลอด และการรีไซเคิลหลอดนั้นมีต้นทุนที่สูง นอกจากรอการถูกกำจัดและทำให้เกิดมลพิษตามมา 2. พลาสติกไม่มีการย่อยสลายอย่างสมบูรณ์ การสลายได้ (decompose) เป็นคุณสมบัติหนึ่งของพลาสติกอยู่แล้ว แต่การย่อยสลายของพลาสติกนั้นไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยจุลินทรีย์เหมือนซากพืชซากสัตว์ ปัญหาคือพลาสติกใช้เวลาย่อยสลายนานหลายร้อยปี ย่อย สลายกลายเป็นไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนในน้ำ ดิน และวนกลับเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ อีกทั้งระหว่างที่พลาสติกยังไม่ย่อยสลาย ยังสร้างปัญหาขยะมากมาย และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย 3. หลอดมักถูกทิ้งไม่ถูกที่และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร เมื่อใดก็ตามที่มีการทำความสะอาดชายฝั่ง หลอดพลาสติกจะอยู่ในรายชื่อของขยะที่ถูกพบ และเมื่อดูขยะทะเลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าหลอดหรือที่คนเครื่องดื่มอยู่ในอันดับที่ 10 ซึ่งมีจำนวน 80,730 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 5.21 ของขยะทะเลที่พบ (พฤษภาคม 2564) นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล ผลวิจัยพบว่านกทะเลกว่าร้อยละ 70 และเต่าทะเลกว่าร้อย ละ 30 มีขยะพลาสติกอยู่ในท้องของพวกมัน […]

