ข่าวสาร กิจกรรม บทความและนิทรรศการถาวรที่น่าสนใจ
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษา สกร. ระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รับสมัครนักศึกษา สกร.ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับพื้นที่จากการจัดประกวดโดยกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง ชิงถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัลรวม 128,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงื่อนไข เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ไขมันทรานส์ ภัยร้ายใกล้ตัว
ไขมัน (Fat) เป็นสารที่เกิดจากสารประกอบหลายชนิดร่วมกัน สามารถละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์แต่ไม่ละลายน้ำ ไขมันเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายแต่ต้องได้รับในปริมาณที่พอดีเท่านั้น หากได้รับในปริมาณมากจนเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น น้ำหนักเกิน โรคอ้วน และไขมันอุดตันในหลอดเลือด ไขมันชนิดทรานส์ (Trans Fat) หรือที่เราเรียกกันว่า ไขมันทรานส์ คือ ไขมันจำพวกไตรกลีเซอไรด์ ที่มีส่วนประกอบของโมเลกุลเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid) ซึ่งในธรรมชาติจะพบกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดซิส (Cis) เป็นหลัก แต่กรดไขมันไม่อิ่มตัวนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เมื่อนำมาผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenation) เพื่อทำให้เปลี่ยนสถานะจากของเหลวไปเป็นของแข็งหรือกึ่งเหลว เช่น เนยเทียม เนยขาว มาร์การีน ครีมเทียม กระบวนการไฮโดรจีเนชัน (Hydrogenation) เป็นวิธีการแปรรูปน้ำมันพืชที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การเติมไฮโดรเจนแบบสมบูรณ์ (Full Hydrogenation) เป็นกระบวน การผลิตขั้นสูงมีขั้นตอนที่ซับซ้อน น้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการนี้จะไม่เกิดไขมันทรานส์ แต่จะเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดอิ่มตัวแทน และอีกวิธีคือ การเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partial Hydrogenation) ดังที่ได้กล่าวข้างต้น กระบวนการเติมไฮโดรเจนนี้มักดำเนินไปอย่างไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดไขมันทรานส์ขึ้น […]
แก้วตาเสือ (Tiger’s eye) ได้มาจากแก้วตาของเสือจริงหรือไม่
หินสีสวย เล่นแสงเหลือบวับวาวดูลึกลับมีพลังอำนาจข่มขวัญลายคล้ายนัยน์ตาของเสือ ด้วยลักษณะเด่นที่แตกต่างจากหินและแร่ทั่วไป จึงถูกนำมาใช้ทำเครื่องประดับ ทำเครื่องรางนำโชคตามความเชื่อของแต่ละบุคคล แก้วตาเสือ..ชื่อนี้มีที่มา แก้วตาเสือ มีสมบัติทั่วไปคล้ายแร่ควอตซ์ทุกประการ มีส่วนประกอบทางเคมี คือ SiO2 ความแข็งระดับ 7 ตามโมห์สเกล มีความถ่วงจำเพาะ 2.65 โปร่งใสถึงโปร่งแสง มีความวาวแบบแก้ว บางครั้งอาจพบว่ามีความวาวคล้ายน้ำมันหรือยางสน เป็นต้น มักพบสีเหลืองแกมน้ำตาลจนถึงน้ำตาลแดง บางครั้งพบสีน้ำเงินอีกด้วย แก้วตาเสือ หรือ Tiger’s eye เกิดจากการที่แร่ควอตซ์เข้าไปแทนที่แร่โครซิโดไลต์เดิมซึ่งมีลักษณะเป็นเสี้ยน โดยรูปร่างภายนอกของผลึกแร่ยังคงสภาพเดิมทุกประการ ซึ่งการแทนที่ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า สัณฐานเทียม หรือ Pseudomorph ทำให้เกิดการเล่นแสงเหลือบพราวเป็นแถบคล้ายเส้นไหม ปรากฏการณ์เหลือบแสงเช่นนี้เรียกว่า chatoyancy หรือ chatoyance หรือ cat’s eye effect ซึ่งสามารถพบได้ในแร่ที่มีโครงสร้างแบบเสี้ยน ซึ่งจากการที่แร่มีผลึกเรียงตัวในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระเบียบนี้ เมื่อมีแสงตกกระทบจึงทำให้เกิดการเล่นแสงเหลือบเป็นแนวดังกล่าวเช่น การเหลือบแสงของพลอยตาแมวพบในแร่คริโซเบอริล (Chrysoberyl) และการเหลือบแสงของหินแก้วตาเสือพบในแร่โครซิโดไลต์ (Crocidolite) เป็นต้น จากคุณสมบัติที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นของหินแก้วตาเสือ ประกอบกับสีสันและลักษณะภายนอกที่ให้ความรู้สึกเคร่งขรึมดุดันคล้ายกับแววตาของเสือที่จับจ้องเหยื่อ จึงทำให้ได้รับความนิยมนำมาทำเครื่องประดับต่าง ๆ เพื่อเอาใจนักสะสมหาไว้มาประดับสะสมตามความชอบ เช่น […]
รถไฟเหาะตีลังกา
เครื่องเล่นในสวนสนุกเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความท้าทายต้องไม่พลาดกันเลย นั่นก็คือ “รถไฟเหาะตีลังกา” ซึ่งเป็นเครื่องเล่นน่าหวาดเสียว อาจจะเป็นเรื่องยากสักหน่อยที่ในขณะเล่นอยู่นั้นจะไม่กรีดร้องเลย เพราะการเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาเกิดจากแรงโน้มถ่วงของโลกกับแรงเฉื่อยในการเคลื่อนที่จากที่สูงลงมาอย่างอิสระตามเส้นทางของรางที่ถูกออกแบบไว้ แต่เบื้องหลังของความสนุกสุดเหวี่ยงที่เกิดขึ้นทำให้เราได้เครื่องเล่นที่สามารถสร้างความสนุกสนานแล้ว การเคลื่อนที่ของเครื่องเล่นชิ้นนี้ยังใช้หลักการของฟิสิกส์หลาย ๆ อย่าง เช่น พลังงานศักย์โน้มถ่วง พลังงานจลน์ แรงเข้าสู่ศูนย์กลาง แรงโน้มถ่วงของโลก เป็นต้น การเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาเริ่มต้นจากการถูกดึงด้วยระบบโซ่และมอเตอร์ขึ้นไปยังจุดสูงสุดเพื่อทำการปล่อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกและเคลื่อนที่ด้วยแรงเฉื่อย การกักเก็บพลังงานทำให้รถไฟที่กำลังเคลื่อนที่ลงอย่างอิสระจากจุดสูงสุดนั้นจะมีพลังงานศักย์โน้มถ่วงมากที่จุดเริ่มต้นของราง ขณะที่รถไฟถูกปล่อยลงมาจะเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์และจะมีพลังงานจลน์สูงสุด ณ จุดต่ำสุดของราง ยิ่งจุดเริ่มต้นนั้นมีความสูงมากเท่าไหร่ พลังงานศักย์โน้มถ่วงก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นและเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ได้มากขึ้นตามความเร็วเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างองศาของรางทำมุม 60 ํ สามารถทำความเร็วได้ถึง 125 km/h เลยทีเดียว จากความรู้สึกที่ได้เล่นรถไฟเหาะนั้น ในขณะรถไฟเหาะกำลังแล่นลงมาจากที่สูงวิ่งเข้ามายังวงกลม จะเกิดแรงกระทำต่อตัวเรามากที่สุด เราจะรู้สึกว่าน้ำหนักตัวเองเพิ่มขึ้นจนหลังติดเบาะ และเมื่อรถไฟเคลื่อนที่ขึ้นไปถึงจุดบนสุดของวงกลม เราจะรู้สึกได้ถึงสภาวะไร้น้ำหนัก และกลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้งเมื่อลงมาที่จุดต่ำสุด การเปลี่ยนแปลงของแรงที่กระทำต่อตัวเราทำให้เรารู้สึกสนุก ตื่นเต้นตลอดเวลาในขณะนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ ยิ่งหากรางมีรูปแบบเป็นหยดน้ำทรงคว่ำด้วยแล้ว ความสนุกจะเกิดขึ้นจากการที่รัศมีของวงกลมด้านบนมีค่าน้อยกว่าด้านล่าง ก่อให้เกิดแรงเข้าสู่ศูนย์กลางของรถไฟด้านบนมีค่ามากกว่าด้านล่าง จึงทำให้ตัวของเราติดกับที่นั่งมากขึ้น และเมื่อรถไฟแล่นกลับลงมาความเร่งจะลดลง ผู้เล่นจะไม่รู้สึกอึดอัดนั่นเอง รวมถึงโค้งต่าง ๆ ในเส้นทางของรางที่จะเกิดแรงเข้าสู่ศูนย์กลางด้วยเช่นกัน ปัจจุบันวิศวกรออกแบบรถไฟได้นำเทคโนโลยีระบบมอเตอร์และแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการเคลื่อนที่ เพื่อให้รถไฟขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่องในรูปแบบหลากหลายมากยิ่งขึ้น ในความสนุกสนานก็มีอันตรายเช่นเดียวกัน ซึ่งการเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกก็อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำที่บอกเอาไว้ อ้างอิง ฟิสิกส์ของรถไฟเหาะ ฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน […]
ค่าดัชนีน้ำตาล…หนึ่งตัวช่วยเลือกคาร์โบไฮเดรตเพื่อสุขภาพ
คาร์โบไฮเดรตเป็นหนึ่งในสารอาหาร 5 หมู่ ที่ประกอบด้วยข้าว แป้ง น้ำตาล เมื่อเราบริโภคอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตนี้ ร่างกายจะย่อยสลายกลายเป็นน้ำตาลกลูโคสที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก และถูกดูดซึมเข้ามาในกระแสเลือด ร่างกายจะควบคุมระดับน้ำตาลโดยหลั่งฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อน เปลี่ยนน้ำตาลเป็นไกลโคเจน ลำเลียงไปเก็บไว้ในตับและกล้ามเนื้อ เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย ส่วนน้ำตาลที่มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการนั่น จะถูกตับเปลี่ยนไปเป็นไขมันที่เป็นพลังงานสำรองของร่างกาย ซึ่งจะค่อย ๆ สะสมเพิ่มมากขึ้นใต้ชั้นผิวหนังและตามอวัยวะต่าง ๆ จึงทำให้เกิดโรคอ้วนได้ หลายคนจึงมักเลือกบริโภคอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยลงเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตทุกประเภทจะเป็นอันตรายในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ตัวอย่าง ใยอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มของคาร์โบไฮเดรตก็ยังคงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อที่จะเลือกคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ และเป็นหนึ่งในตัวช่วยให้คนที่เป็นโรคเบาหวานที่มีความบกพร่องในการสร้างอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงมีการกำหนดค่าดัชนีน้ำตาลของอาหาร หรือ Glycemic Index นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่าค่า GI คือ ค่าที่บ่งบอกถึงความเร็วของระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้นหลังรับประทานอาหารภายใน 2-3 ชั่วโมง ใช้เปรียบเทียบในอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น โดยมีค่าตั้งแต่ 0–100 และกำหนดให้น้ำตาลกลูโคสมีค่าสูงสุดเท่ากับ 100 สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ คือ ● Low GI (ค่าดัชนีน้ำตาล 0-55) เช่น […]

