
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่
รับสมัครทีมนักศึกษา สกร. ตัวแทนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ชิงเงินรางวัลรวม 172,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร รับสมัครตั้งแต่ 22 พ.ค. 69 – 5 มิ.ย. 69 สมัครออนไลน์ได้ทาง https://forms.gle/GhsggFwdGsLNZ7K1A เมื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ทีมผู้สมัครต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย โดยส่งเอกสารทั้งหมดมายังศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 928 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. กำหนดการประกวด สอบถามรายละเอียด/ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ หมายเหตุ FacebookFacebookXTwitterLINELine
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ ร่วมสัมผัสนิทรรศการ “วิทย์ในวิถีภูมิปัญญา” ที่จะพาไปค้นพบว่าภูมิปัญญาไทยไม่ได้เป็นเพียงงานหัตถกรรมหรือวิถีชีวิต แต่ยังมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ซ่อนอยู่ในทุกขั้นตอน ภายในนิทรรศการ ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจจากภูมิปัญญาหลากหลายแขนง อาทิ FacebookFacebookXTwitterLINELine
หากพูดถึงสถานการณ์ของโรคระบาดไวรัสโควิด 19 ในประเทศไทยกล่าวได้ว่ายังเป็นเรื่องที่ควรวิตกกังวล เนื่องจากพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งมีรายงานว่าพบผู้ป่วยโควิดจำนวนหนึ่งที่ไม่แสดงอาการป่วย แทบจะไม่มีอาการเหนื่อยหรือมีอาการบ่งชี้เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ แต่พบว่าปอดมีความผิดปกติ เมื่อตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดพบว่าระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำแต่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อความผิดปกตินี้ ส่งผลให้เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ อาการจึงรุนแรงกว่าที่คาดไว้ เราเรียกสภาวะนี้ว่า ภาวะพร่องออกซิเจนเรื้อรัง (Happyhypoxia) ดังนั้นเครื่องตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด หรือ Pulse Oximeter จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยติดตามอาการของผู้ป่วยโควิด 19 ทั้งผู้ป่วยที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลและที่บ้าน เครื่องวัดออกซิเจนมีทั้งแบบตั้งพื้นและแบบพกพา ในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะเครื่องวัดออกซิเจนพกพาแบบปลายนิ้ว หรือชื่อเต็มคือเครื่องตรวจวัดความอิ่มตัวออกซิเจนของฮีโมโกลบินจากชีพจร โดยจะบอกค่าโดยประมาณของระดับความอิ่มตัวออกซิเจนที่จับกับฮีโมโกลบินที่อยู่ภายในหลอดเลือดแดง ซึ่งหากค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือดสูง แสดงว่าอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายสามารถนำออกซิเจนในกระแสเลือดไปใช้ได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ ในทางกลับกันหากค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือดต่ำแสดงว่าอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย อีกทั้งค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือดนี้ยังเป็นค่าสำคัญที่ใช้บอกประสิทธิภาพการทำงานของปอดด้วย ความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2 ) คืออะไร ? ส่วนประกอบสำคัญที่อยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีหน้าที่นำออกซิเจนไปยังเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเรียกว่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) โดยทั่วไปแล้วฮีโมโกลบิน 1 โมเลกุล จะสามารถจับกับออกซิเจนได้ 4 โมเลกุล ในเม็ดเลือดแดงจะมีฮีโมโกลบินอยู่ 4 ชนิด ซึ่งเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วนี้จะตรวจวัดได้แค่ 2 ชนิด […]
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) หมายถึง ปริมาณแก๊สเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งานและการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งาน โดยคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่านั่นเอง ซึ่งการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่มีการปล่อยแก๊สเรือนกระจกน้อยจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแก๊สเรือนกระจกได้ เคล็ดลับการบริโภคอาหารที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1. กินให้หมด ลดเศษอาหาร เศษอาหารนั้นมีส่วนในการทำให้เกิดแก๊สเรือนกระจก เพราะอาหารที่ถูกทิ้งจะย่อยสลายและเกิดเป็นแก๊สมีเทน และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกด้วย 2. กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง การลดการกินเนื้อเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เนื่องจากการปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากการผลิตของปศุสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อวัวและโคนมคิดเป็น 14.5 % ของการปล่อยแก๊สเรือนกระจกที่มนุษย์สร้างขึ้น เราอาจจำกัดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้เหลือเพียงมื้อเดียวต่อวันหรืองดเนื้อสัตว์สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อลดปริมาณของแก๊สเรือนกระจกที่เกิดขึ้น 3. ซื้อผลิตผลในท้องถิ่น การซื้อของในท้องถิ่นช่วยลดการพึ่งพาอาหารที่ต้องขนส่งจากสถานที่ห่างไกล เป็นการตัดระยะทางในการขนส่ง ซึ่งเป็นการลดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการขนส่ง แถมยังได้อาหารที่สดใหม่ และควรใส่ใจกับการเลือกซื้ออาหารปลอดสารพิษ เพื่องดการสนับสนุนผลผลิตที่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก 4. กินอาหารที่มีกากใยมากขึ้น การกินอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ไม่เพียงแต่ทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่ยังอาจช่วยลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย ซึ่งจากการศึกษาในชาวอเมริกัน 16,800 คน พบว่าอาหารที่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกต่ำที่สุด คือ อาหารจากพืชที่อุดมด้วยเส้นใยสูงและมีไขมันอิ่มตัวและโซเดียมต่ำ 5. ลดการบริโภคนม การลดผลิตภัณฑ์นม เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการศึกษาในผู้ใหญ่ชาวดัตช์ 2,101 คน เปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์จากนมเป็นปัจจัยใหญ่เป็นอันดับสอง ในการปล่อยแก๊สเรือนกระจกรองจากเนื้อสัตว์เท่านั้น […]
สกรู โบลท์ น็อต (Screw, Bolt, Nut) มีบทบาทสำคัญในงานยึดประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันไปจนถึงโครงสร้างขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง เครื่องจักรกล ยานยนต์ หรือเฟอร์นิเจอร์ ล้วนต้องอาศัยอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อความแข็งแรงและมั่นคงของโครงสร้าง โดยทั่วไปสกรูและโบลท์จะมีลักษณะแท่งโลหะที่มีเกลียว พร้อมหัวที่ออกแบบมาให้สามารถขันเข้ากับชิ้นงานได้อย่างแน่นหนา นอกจากนี้สกรูและโบลท์ยังมีรูปทรง ขนาด ประเภทเกลียว รวมถึงวัสดุที่ใช้ผลิตมีความหลากหลาย ตั้งแต่เหล็กกล้าไปจนถึงสเตนเลส ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อน และเหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน สกรู (Screw) ใช้สำหรับขันยึดวัตถุได้ทั้งรูตันและรูทะลุ สำหรับชิ้นงานที่ยึดด้วยสกรูจะมีการทำเกลียวภายในชิ้นงานไว้แล้ว หรือใช้พุกเสริมสำหรับงานก่อสร้าง หรือหากเป็นงานยึดพื้นหรือผนังจะใช้คู่กับพุก หัวสกรูมีหลายประเภท เหมาะสำหรับใช้งานยึดแผ่นเหล็ก แผ่นยิปซั่ม โครงเหล็ก และโครงสร้างไม้ต่าง ๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น โบลท์ (Bolt) หรือสลักเกลียวหรือน็อตตัวผู้ เป็นตัวยึดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับสกรู โดยการขันยึดรูทะลุชิ้นงานและยึดปลายเกลียวอีกฝั่งด้วยน็อตตัวเมีย เพื่อประกอบชิ้นงานหรือโครงสร้างเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา สำหรับชิ้นงานที่ยึดด้วยโบลท์จะไม่ทำเกลียวที่ชิ้นงานและใช้น็อตตัวเมียยึดอีกฝั่งเสมอ เหมาะสำหรับยึดโครงสร้างต่าง ๆ เช่น ยานพาหนะ เครื่องจักรกล แม่พิมพ์ ฯลฯ นอกจากนี้โบลท์ยังมีประเภทที่ใช้เป็นจุดยก จุดดึง หรือจุดแขวนวัตถุอีกด้วย ขณะที่มีเกลียวเพื่อเอาไว้ยึดติดกับนัทหรือน็อตตัวเมีย วิธีใช้งานต้องทำการขันยึดกับอุปกรณ์ที่ต้องการยึดติดให้ทะลุผ่านไปโดยไม่มีการทำเกลียวกับตัวชิ้นงาน แต่จะเป็นวิธีเจาะช่องมาเรียบร้อยแล้วจากนั้นเมื่อหมุนจนสุดก็จะมีน็อตตัวเมียเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงนิยมใช้เพื่อการยึดโครงสร้างหลายชนิด […]
